บริการของเรา

ปัญหาคอและใต้คาง

ปัญหาคอและใต้คาง
ปัญหาคอและใต้คางในแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงต้องการ การรักษาที่แตกต่างกัน คุณหมอพงศ์ธร วัฒนศิริสุข แพทย์ประจำพฤกษาคลินิก จะมาให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ สาเหตุของการเกิดปัญหาและวิธีแก้ปัญหาที่ให้ผลได้ตรงจุด ทำให้คอและใต้คางกระชับ เรียวสวย โดยไม่ต้องศัลกรรม เรามาฟังคำแนะนำจากคุณหมอกันค่ะ



 
ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ลำคอเกิดจากอะไร ?
       ผิวหนังใต้คางและลำคอเป็นบริเวณที่หลายๆ คนละเลย ไม่ให้ความสำคัญมากนัก เวลาเราออกไปข้างนอก รังสี UV หรือ Ultraviolet ที่มากับแสงแดด เป็นตัวการในการทำลายผิว รังสีนี้จะทำให้คอลลาเจนเสื่อมสลายตัว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิด “ริ้วรอยเหี่ยวย่น” 
 
มีวิธีรักษาหรือไม่
       ผิวหนังบริเวณคอของแต่ละคนก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกัน ปัญหาที่พบได้บ่อยและทุกคนต้องพบอยู่แล้ว ก็คือ ริ้วรอยเหี่ยวย่น ที่บริเวณคอ ซึ่งเกิดจากการที่เรามีอายุมากขึ้นหรือบางครั้งเกิดจากการสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป ซึ่งแนวทางในการรักษา เราจะใช้เลเซอร์ไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้คืนความอ่อนเยาว์ที่ได้ผล ก็คือ Ulthera และ Thermage
 
       ปัญหาริ้วรอยที่เป็นมากๆ จนเกิดผิวที่ห้อยย้อยไม่เรียบเนียน ที่เราเรียกว่า “เหนียงยาน” นี่เอง ซึ่งเกิดจากการที่คอลลาเจนในชั้นผิวหนังลดลงมาก สำหรับในบางคนที่มีอายุมากขึ้น อาจมีปัญหากล้ามเนื้อที่บริเวณคอเสื่อมลง และมีบางส่วนตึงขึ้น จนเกิดเป็นเส้นขึ้นมาที่บริเวณลำคอ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จำเป็นต้องใช้ยาฉีดคลายกล้ามเนื้อที่เรียกว่า BOTOX เข้ามาช่วยด้วย ก็จะได้ผลดียิ่งขึ้นค่ะ
 
       อีกปัญหาที่เจอได้บ่อยคือ คางสองชั้น ซึ่งเกิดจากการที่ไขมันไปสะสมที่คางมากเกินไป โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดจากคนที่มีน้ำหนักตัวมาก แนวทางในการรักษากรณีนี้ คือต้องรักษาโดยการฉีดยาสลายไขมัน หรือใช้เลเซอร์บางชนิดเพื่อไปสลายชั้นไขมัน และอาจจะต้องทำหัตถการบางอย่าง เช่น การดูดไขมัน
 

จะเห็นได้ว่าในแต่ละคนจะมีปัญหาคอและใต้คางไม่เหมือนกัน การรักษาก็จะใช้วิธีการรักษาที่ต่างกัน ดังนั้นถ้าคุณทีปัญหาเรื่องผิวหนังบริเวณลำคอ ลองมาปรึกษากับเราได้
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Laser Toning

Laser Toning
Laser Toning  คืออะไร?
Laser-Toning เป็นเทคโนโลยีสำหรับผู้ที่มีปัญหาจุดด่างดำ เช่น กระ ฝ้า รอยดำจากสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ Laser-Toning
จะช่วยลดจุดด่างดำจางลง  พร้อมกับการซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมๆ กัน จึงทำให้สีผิวเสมอกัน
เรียบเนียน ใบหน้ากระจ่างใสขึ้น

Laser-Toning  ทำงานอย่างไร?

Laser Toning  ทำงานอย่างไร?
Laser-Toning จะทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีลดลง
ฟื้นฟูสภาพคอลลาเจนเดิมให้แข็งแรงขึ้น (เลเซอร์ที่ใช้ยิง คือ Medlite Q-Switch Nd:YAG)

ขั้นตอนในการรักษาด้วย Laser Toning  ?
ทาสารละลายคาร์บอนลงบนผิวบริเวณที่ต้องการรักษา (สารละลายคาร์บอนผสมอยู่ใน Mineral oil)
ยิงเลเซอร์ลงบนผิวซึ่งทาสารละลายคาร์บอนไว้แล้ว (เลเซอร์ที่ใช้ยิง คือ Medlite Q-Switch Nd:YAG)

ผลที่ได้จากการรักษา?
- ฟื้นฟูสภาพคอลลาเจน ผลัดผิวชั้นบน 
- เม็ดสีและจุดดำบนผิวจางลง 
- ผิวใสขึ้นและสีผิวสม่ำเสมอ 
- ผิวนุ่มขึ้น 
- รูขุมขนเล็กลง 
- ริ้วรอยเล็กๆลดลง 

ดีกว่าการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีอื่นอย่างไร?
- ไม่มีการระคายเคืองจากสารเคมีจำพวกกรด 
- ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนเอาทรายมาขัดผิว 
- หลังทำเสร็จสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ 
- ไม่มีสะเก็ด ไม่เจ็บ ไม่มีเลือดออก และไม่ต้องใช้ยาชา 
- ผลการรักษาอยู่ได้นาน 
- สามารถทำการรักษาได้ในคนผิวขาวและคนผิวดำ 

ความรู้สึกขณะทำการรักษาเป็นอย่างไร?
ขณะที่ยิงเลเซอร์ผู้รับการรักษาจะรู้สึกอุ่นที่ผิว หลังทำการรักษาบางรายผิวจะเป็นสีชมพูอยู่ประมาณ 15-45 นาที แต่จะไม่มีอาการแสบร้อนใดร่วมด้วย

ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
หลังทำการรักษาเพียงครั้งแรกผิวจะใสขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น และรอยดำจางลง แต่เพื่อผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น ควรทำต่อเนื่องทุก 3 สัปดาห์อย่างน้อย 3 ครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Intense Pulsed Light

Intense Pulsed Light (IPL)
IPL คืออะไร?
IPL ( Intense Pulsed Light ) คือ เป็นพลังงานแสงความเข้มสูง คล้ายแสงแฟลช ใช้ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง และรักษารอยที่เกิดจากแสงแดดทำร้ายและทำลายเซลล์ผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ และลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย โดยไม่ทำให้ผิวหนังบาดเจ็บและไม่ต้องพักฟื้น 
IPL รักษาอะไรได้บ้าง?

- IPL ใช้รักษากระตื้นและรอยดำโดยการทำลายเม็ดสีที่เข้มผิดปกติให้หลุดลอกออก 
- ริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยรอบปาก IPL จะกระตุ้นให้ผิวชั้นกลางสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาริ้วรอยเล็กๆ ก็จะลดลง 
- รอยแดง เส้นเลือดแดงฝอยเล็กๆ และฝ้าเส้นเลือด IPL จะทำลายเส้นเลือดฝอยเล็กและทำให้เส้นเลือดหดเล็กลง
- รูขุมขนที่กว้างจะกระชับเล็กลง
- ปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ ผิวขาวใสขึ้น  

ข้อจำกัดหรือข้อควรปฏิบัติก่อนการรับการรักษาด้วย IPL มีอะไรบ้าง?
IPL ใช้รักษาได้ทุกบริเวณของร่างกาย เช่น ใบหน้า คอ อก แขน มือ หลัง ขา รักแร้ เนื่องจาก IPL ทำงานโดยการจับกับเม็ดสี ทำให้มีข้อจำกัดในการรักษาในบริเวณที่ผิวมีสีเข้มมาก ผู้ที่มีผิวสีเข้ม-ดำ และผู้ที่กลับจากการอาบแดดหรือผิวไหม้แดดมาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ไม่สามารถทำการรักษาได้ด้วย IPL เพราะอาจทำให้ผิวไหม้ได้
ข้อควรปฏิบัติตัวก่อนการรับการรักษา ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดเช่นอาบแดดหรือไปเที่ยวทะเลก่อนทำการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ 

ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร?
การรักษาเริ่มจากนำเจลเย็นมาทาตรงบริเวณที่จะรักษา และสวมแว่นดำเพื่อป้องกันแสงจ้าที่เกิดจากเครื่อง IPL แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดพลังงานแสงที่ตรงกับปัญหาที่ต้องการรักษา แล้วนำหัว IPL มาวางทาบบริเวณที่รักษา และ ปล่อยลำแสงออกมา แสงที่ออกมาจะมีความจ้ามากคล้ายกับแสงแฟลชถ่ายภาพ 

ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอย่างไรบ้าง?
ขณะที่แสงถูกปล่อยออกมา จะรู้สึกเหมือนถูกหนังยางดีดเบาๆ และอุ่นเล็กน้อยบนผิว การทำการรักษาด้วย IPL ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดจึงไม่จำเป็นต้องทายาชา 

ในการรักษาแต่ละครั้งใช้เวลานานแค่ไหน?
การรักษาอาจใช้เวลาตั้งแต่ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา 

ต้องรับการรักษากี่ครั้งจะเห็นผล?
ส่วนใหญ่การรักษาควรต่อเนื่องตั้งแต่ 4 - 6 ครั้ง เดือนละครั้ง โดยทั่วไปหลังการรักษาเพียงครั้งเดียวจะรู้สึกได้ว่า ผิวเรียบขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น รอยดำและรอยแดงจางลง หลังการรักษาประมาณ 4 – 6 ครั้ง รอยแดงและรอยดำรวมทั้งกระตื้นจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด สีผิวสม่ำเสมอและเนียนใส 

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย IPL 
การรักษาด้วยวิธีนี้มีความปลอดภัยสูงผลข้างเคียงที่พบในผู้รับการรักษาบางราย เช่น หลังทำจะรู้สึกร้อนที่ผิวประมาณ 20-30 นาที มีรอยแดงบางบริเวณซึ่งจะหายไปในเวลา 2–3 ชั่วโมง ในคนที่รักษากระตื้นจะเกิดสะเก็ดหลังทำอยู่ประมาณ 3 - 7 วัน 
หลังทำการรักษาด้วย IPL ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดประมาณ 1-2 สัปดาห์และต้องทายากันแดดเป็นประจำ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Aqua Treatment

Aqua Treatment
AQUA TREATMENT “ผลัดเซลล์ผิวเพื่อหน้าขาวใส ด้วยพลังน้ำ”

1. Aqua Clear Deluxe 
Aqua Clear Deluxe การทำความสะอาดผิวด้วยการกรอผิวหน้า พร้อมการบำรุงด้วยวิตามิน และสารบำรุงต่างๆ เผยผิวใหม่ที่สดใส 

2. Aqua Jet
Aqua Jet เป็นการส่ง Oxygen บริสุทธิ์ และตัวยาบำรุงชนิดต่างๆ ลงสู่ผิว โดยเครื่องพ่นแรงดันสูง ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหน้าอย่างอ่อนโยน กำจัดสิ่งสกปรกบนในหน้า พร้อมขจัดเซลล์เก่าให้หลุดลอก เพิ่มการไหลเวียนเลือด และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และเพิ่มการดูดซึมตัวยาสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการบำรุงด้วยวิตามิน และสารบำรุงต่างๆ การทำ Aqua Jet จึงเสมือนการทำ 2 ทรีทเมนท์พร้อมกัน คือ Microdermabrasion และ Meso Therapy โดยมีข้อดี คือ ไม่เจ็บ และผิวหนังไม่แห้งตึง 

 
ประโยชน์ที่ได้รับ 

ช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป พร้อมกระตุ้นให้สร้างผิวใหม่ทำให้ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา
และช่วยขจัดสิวเสี้ยน กระชับรูขุมขน ลดฝ้า, กระ, รอยหมองคล้ำ และยังช่วยปรับสภาพผิวทั้งก่อนและหลังทำ Laser 

ประโยชน์ที่ได้รับ 
ช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ทำให้ผิวแข็งแรง เปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา และเพิ่มความอ่อนเยาว์ ความเรียบเนียนให้กับผิว 

ความถี่ในการรับบริการสามารถทำได้ทุกสัปดาห์ 

ผลข้างเคียง
ไม่มี 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Detox Light

Detox Light
Detox Light
นวัตกรรมขั้นเทพในการดูแลผิวสาว อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านความงามที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมแพทย์และเภสัชกรของพฤกษาคลินิก Detox ผิวหน้าด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ในรูปแบบเจล
ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี พลังของออกซิเจน จะกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้เกิดการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้ผิวหน้าพร้อมขจัดสิ่งสกปรก ที่สะสมและซ้อนอยู่ในชั้นผิวให้ออกมา เปรียบเสมือนการล้างพิษให้กับผิวหน้า วิตามินซีในมาส์กเจล ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่า พร้อมกำจัดสิ่งสกปรกบนผิว วิตามินซีช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

และอีกหนึ่งขั้นตอนการฟื้นฟูความแข็งแรงของในระดับเซลล์ใต้ชั้นผิว ด้วยลำแสงสีต่างๆ ที่ปล่อยพลังงานออกมาอย่างนุ่มนวล ให้ประสิทธิภาพในการปรนนิบัติผิวเทียบเท่าการทำ Laser พลังของลำแสงสีต่างๆ ช่วยกระตุ้นในการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ให้ผิวคุณสวยสดใส และคงความอ่อนเยาว์ได้นานยิ่งขึ้น 

Detox Light ช่วยแก้ปัญหา

- Red  Light (650 – 730 nm)
  แสงสีแดงจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพ ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และลดขนาดรูขุมขน

- Green  Light (525 – 550 nm) 
  แสงสีเขียว ช่วยปรับความสมดุลย์ของการทำงานของเม็ดสี และกระตุ้น Healing Process หรือกระตุ้นการสมานแผล และทำให้รอยดำจากสิวดูจางลง

- Blue  Light (430 – 450 nm)
  แสงสีน้ำเงิน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวและช่วยลดอาการระคายเคืองต่างๆ

Detox Light ช่วยแก้ปัญหา
- ผิวกระจ่างใสอมชมพู
- ขจัดของเสียที่สะสมใต้ผิวหนัง
- ทำให้ผิวแข็งแรงด้วยการเพิ่ม ATP ให้แก่ผิว
- ลด ชะลอริ้วรอย
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เซลล์ใต้ชั้นผิวแข็งแรง

การเตรียมตัวก่อนรักษา
ไม่มี 

ระยะเวลาเห็นผล 
สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที่หลังการรับบริการ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรรับการรักษาทุก 2 สัปดาห์ ติดต่อกัน ประมาณ 4-6 ครั้ง จะเห็นผลชัดเจน 

หลังการรักษา
อาจมีความรู้สึกแห้งและตึงผิวเล็กน้อย สามารถใช้ครีมบำรุงผิว ทาทั่วใบหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Gold Treatment & Deluxe

Gold Treatment & Deluxe

Secret of Cleopatra ศาสตร์แห่งความงามของอียิปต์โบราณ สู่ ความงามแบบอินเทรนด์

เพราะเชื่อในความมหัศจรรย์ของ“ทองคำ” เพื่อรักษาความงาม พฤกษาคลินิกจึงนำ กุญแจไขความงามของพระนางคลีโอพัตรา ด้วยสูตรลับความเลอโฉม มาผนวกกับเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่ เพื่อความงามสมบูรณ์แบบ 

Gold Treatment คืออะไร?

Gold Treatment เป็นทรีทเมนท์มหัศจรรย์เพื่อผิวกระจ่างใส ด้วยการผลัดเซลล์ผิว ขับสารพิษตกค้างบนใบหน้า กักเก็บความชุ่มชื้นได้ล้ำลึกและยาวนาน พร้อมกระชับรูขุมขน ดูดซับความมัน สิ่งสกปรก และบำรุงผิวให้ขาวใสเนียนนุ่ม ผิวตึงกระชับและดูอ่อนกว่าวัย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง น้ำนม และทองคำ ซึ่งเป็นสูตรการดูแลความงามแบบสาวอียิปต์โบราณ เช่นเดียวกับพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งอาบผิวด้วยน้ำนม นวดผิวด้วยน้ำผึ้ง และมาส์คหน้าด้วยทองคำ จึงทำให้พระนางคงความงามไว้ได้นานจนเป็นตำนาน 

Gold Treatment สูตรลับความงามนิรันดร์แบบฉบับคลีโอพัตรา ทำให้ผิวขาวใสและดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างไร?

  • น้ำผึ้งป่า บำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ป้องกันการเกิดริ้วรอยและผิวคล้ำเสียจากแสงแดด เนื่องจากในน้ำผึ้งมีวิตามิน กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระ 
  • AHA ที่ใช้ได้แก่ Glycolic Acid ซึ่งสกัดจากอ้อย และ Lactic Acid ซึ่งได้มาจากน้ำนม ทำให้ผิวนุ่มนวล และขาวใสอย่างรวดเร็ว
  • สารสกัดจากกระบองเพชร ช่วยเพิ่มให้ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น เหนือกว่าสารสกัดจากว่านหางจระเข้
  • Kaolin กระชับรูขุมขน ดูดซับความมันและสิ่งสกปรกออกจากผิว
  • ผงทองคำ ช่วยทำให้ผิวตึงกระชับและทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์
ขั้นตอนการทำ Gold Treatment เป็นอย่างไร

ขั้นตอนการทำ Gold Treatment เป็นอย่างไร?

Gold Treatment เริ่มจากการทำความสะอาดผิว แล้วทาครีม Gold Peel ลงบนผิว ทิ้งไว้สักครู่ เพื่อให้ครีมซึมลงสู่ผิวได้ดี พร้อมทั้งดูดซับสิ่งสกปรกและความมันจากภายในรูขุมขน จากนั้นเช็ดครีมออกด้วย Protien Nutrilizer เพื่อปรับสมดุลผิว ทำความสะอาดผิวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น เพื่อกระชับรูขุมขน คืนความสดชื่นให้ผิว เพิ่มความกระชับตึงให้ผิวด้วย Collagen Mask กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดและขับของเสียออกจากเซลล์ผิวด้วยการนวดกดจุดแบบเบาๆ ขั้นตอนนี้จะให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย คืนชีวิตชีวาให้ผิวหน้าด้วยสเปรย์น้ำแร่

ทำได้บ่อยแค่ไหน?

สำหรับคนผิวธรรมดาถึงผิวมัน สามารถทำได้ทุกสัปดาห์ 
สำหรับคนผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง ทำได้ทุก 2-3 สัปดาห์ 

ผลที่ได้จากการทำ Gold Treatment

  • ผิวขาวใสขึ้น
  • ลดความมันบนใบหน้า
  • รูขุมขนกระชับ
  • ป้องกันการเกิดริ้วรอย
  • ผิวสุขภาพดี มีความชุ่มชื้นขึ้น

Gold Treatment เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดา-ผิวมัน ที่ต้องการให้ผิวหน้าขาวใสดูอ่อนเยาว์ ลดผิวหมองคล้ำและความมันบนใบหน้า พร้อมกระชับรูขุมขน 

Gold Treatment Deluxe
ศาสตร์ความงามแบบฉบับพระนางคลีโอพัตรา เพื่อผิวนุ่มเนียนใส อ่อนเยาว์อยู่เสมอ ทรีทเมนท์ผงทองคำที่ให้คุณสวยและผ่อนคลายดุจราชินี ด้วย Gold Treatment Deluxe

Gold Treatment Deluxe ทรีทเมนท์ผงทองคำ มหัศจรรย์เผยผิวใสและอ่อนเยาว์ยิ่งกว่าเคย ด้วยสูตรเฉพาะสำหรับสาวผิวแห้งและผิวผสม ลดความมันเฉพาะบริเวณทีโซน พร้อมปรับสมดุลให้ผิวยูโซนชุ่มชื้นสดใสไม่แห้งกร้าน เพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวโดยการเพิ่มวิตามิน, นาโนคอลลาเจน และโปรตีนบำรุงผิว พร้อมการนวดผ่อนคลายด้วยหัตถบำบัดและ Ultrasonic Wave Therapy

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Carbon peel

Carbon peel
Carbon peel คืออะไร?
Carbon peel เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนด้วยเลเซอร์ พร้อมกับการซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมๆ กัน คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวเต่งตึงและอ่อนนุ่ม

Carbon peel ทำงานอย่างไร?
สารละลายคาร์บอนที่ทาทิ้งไว้บนผิว จะแทรกซึมลงไประหว่างเซลล์ของผิวชั้นบน เมื่อยิงเลเซอร์ลงบนผิว
คาร์บอนจะรับพลังงานความร้อนจากเลเซอร์ เมื่อความร้อนในคาร์บอนถึงขีดสุด คาร์บอนจะระเบิดออกเป็นอนุภาคเล็กมากๆ การระเบิดของคาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างเซลล์ผิวหนังชั้นบนจะทำให้ผิวชั้นบนหลุดลอกออกได้ง่าย ทำให้เกิดการทำลายเม็ดสีผิดปกติ เช่น ฝ้า หรือ รอยดำบนผิว ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีลดลง ฟื้นฟูสภาพคอลลาเจนเดิมให้แข็งแรงขึ้น

ขั้นตอนในการรักษาด้วย Carbon peel?
  • ทาสารละลายคาร์บอนลงบนผิวบริเวณที่ต้องการรักษา (สารละลายคาร์บอนผสมอยู่ใน Mineral oil)
  • ยิงเลเซอร์ลงบนผิวซึ่งทาสารละลายคาร์บอนไว้แล้ว ( เลเซอร์ที่ใช้ยิง คือ Medlite Q-Switch Nd:YAG)

ผลที่ได้จากการรักษา?
  • ฟื้นฟูสภาพคอลลาเจน
  • ผลัดผิวชั้นบน
  • เม็ดสีและจุดดำบนผิวจางลง
  • ผิวใสขึ้นและสีผิวสม่ำเสมอ
  • ผิวนุ่มขึ้น
  • รูขุมขนเล็กลง
  • ริ้วรอยเล็กๆลดลง
ดีกว่าการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีอื่นอย่างไร?
ดีกว่าการผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีอื่นอย่างไร?
  • ไม่มีการระคายเคืองจากสารเคมีจำพวกกรด
  • ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนเอาทรายมาขัดผิว
  • หลังทำเสร็จสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • ไม่มีสะเก็ด ไม่เจ็บ ไม่มีเลือดออก และไม่ต้องใช้ยาชา
  • ผลการรักษาอยู่ได้นาน
  • สามารถทำการรักษาได้ในคนผิวขาวและคนผิวดำ

ความรู้สึกขณะทำการรักษาเป็นอย่างไร?
ขณะที่ทาสารละลายคาร์บอนลงบนผิว ไม่ทำให้เกิดการระคายหรือแสบผิว ส่วนขณะที่ยิงเลเซอร์ผู้รับการรักษาจะรู้สึกอุ่นที่ผิวและได้กลิ่นควันจากการแตกตัวของคาร์บอน หลังทำการรักษาบางรายผิวจะเป็นสีชมพูอยู่ประมาณ 15-45 นาที แต่จะไม่มีอาการแสบร้อนใดร่วมด้วย

ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
หลังทำการรักษาเพียงครั้งแรกผิวจะใสขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น และรอยดำจางลง แต่เพื่อผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น ควรทำต่อเนื่องทุก 3 สัปดาห์อย่างน้อย 3 ครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Growth Factor White

Growth Factor White
Growth Factor White 
มหัศจรรย์หน้าใสใน 24 ชั่วโมง

Growth Factor White คืออะไร?
นวัตกรรมเพื่อผิวหน้าที่ขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น แลดูอ่อนวัยกว่าเดิม รักษาฝ้าได้ตั้งแต่ระดับเซลล์

Growth Factor White ทำงานอย่างไร?
Growth Factor White นำวิตามิน แร่ธาตุ และ Nano Growth Factor เข้าสู่ผิวหนังโดยตรง เซลล์ผิวจึงนำไปใช้ได้ทันที ผิวจึงฟื้นฟูสภาพได้อย่างรวดเร็ว Growth Factor กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ผิว ก่อให้เกิดผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์ดุจผิวแรก ผิวขาวใสเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวากว่าเคย, สารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด เช่น Arbutin และ Ascorbic Acid ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำบนผิว, Nano Peptide เพิ่มความขาวใสให้ผิวพร้อมกับทำให้ฝ้าจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
Growth Factor White ทำงานอย่างไร?
Growth Factor White 
มหัศจรรย์หน้าใสใน 24 ชั่วโมง

Growth Factor White คืออะไร?
นวัตกรรมเพื่อผิวหน้าที่ขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น แลดูอ่อนวัยกว่าเดิม รักษาฝ้าได้ตั้งแต่ระดับเซลล์

Growth Factor White ทำงานอย่างไร?
Growth Factor White นำวิตามิน แร่ธาตุ และ Nano Growth Factor เข้าสู่ผิวหนังโดยตรง เซลล์ผิวจึงนำไปใช้ได้ทันที ผิวจึงฟื้นฟูสภาพได้อย่างรวดเร็ว Growth Factor กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ผิว ก่อให้เกิดผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์ดุจผิวแรก ผิวขาวใสเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวากว่าเคย, สารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด เช่น Arbutin และ Ascorbic Acid ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำบนผิว, Nano Peptide เพิ่มความขาวใสให้ผิวพร้อมกับทำให้ฝ้าจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

สารประกอบสำคัญของ Growth Factor White.
TGP2 สารต่อต้านและยับยั้งการสร้างเม็ดสี (จุดด่างดำ) ทำให้ฝ้าจางลง ป้องกันการเกิดฝ้า ไม่ให้ฝ้าเข้มขึ้น 
ASP เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ป้องกันการเกิดฝ้าและรอยดำ ลดการสร้างเม็ดสีผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
Licorice ปรับสีผิวให้ขาวขึ้น ยับยั้งการเกิดรอยดำบนผิว
Ascorbic Acid ปกป้องผิวจากแสงแดด ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ,รอยดำและผิวคล้ำเสีย
Arbutin ผิวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดอนุมูลอิสระ
EGF เพิ่มการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่า
Hyaluronic Acid คืนความชุ่มชื่นให้ผิวและลดเลือนริ้วรอย

Growth Factor White 4 ขั้นตอน ปรนนิบัติผิวระดับเซลล์
- นวดครีมเตรียมผิว เพื่อผ่อนคลายก่อนการบำบัด
- บำบัดผิวอย่างล้ำลึกแบบ Mesotherapy ด้วย Nano Peptide 
- เร่งการบำบัดเซลล์ผิวด้วย Growth Factor White Massage 
- เพิ่มความนุ่มและชุ่มชื่นให้ผิวด้วย Stem Cell จากผล  Apple เขียว สูตรเฉพาะที่พฤกษาคลินิก

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
หลังการบำบัดผิวด้วย Growth Factor White ครั้งแรก คุณจะรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ในวันรุ่งขึ้น ผิวจะดูมีสุขภาพดี ขาวใสและเปล่งปลั่งยิ่งกว่าที่เคย สำหรับการบำบัดฝ้านั้นสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อทำการรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง

ทำได้บ่อยแค่ไหน?
Growth Factor White สามารถทำได้บ่อยตามที่คุณต้องการ หรือทำเป็นประจำทุก 1-2 สัปดาห์ ผิวคุณจะดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น จุดด่างดำ ฝ้าและกระลึกจางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ผลที่ได้จากการบำบัดผิวด้วย Growth Factor White
- ฝ้าและกระลึกจางลงได้รวดเร็ว โดยที่ผิวไม่แห้งลอก
- ผิวขาวใสเปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดี
- ใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Collagen White

Collagen White
Collagen White คืออะไร?
Collagen White เป็นการรวม 3 treatment ได้แก่ Microdermabrasion,Ultraphono และ Collagen mask ไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผิวให้สดใส อ่อนนุ่ม ชุ่มชื้นและดูอ่อนเยาว์

Microdermabrasion
Microdermabrasion เป็นการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกจากผิวหนังชั้นบนสุด โดยใช้ผงคริสตัลเนื้อละเอียดขัดผิวแล้วดูดออกด้วยระบบศูนย์ยากาศ Microdermabrasion เป็นวิธีที่นุ่มนวลในการลอกผิวชั้นบนออก เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างจะขึ้นมาแทน ความหมองคล้ำหายไปและแทนที่ด้วยความสดใสจากเซลล์ผิวใหม่ รอยด่างดำต่างๆ จางลง และมีการสร้างคอลลาเจนใหม่มากขึ้น ทำให้ริ้วรอยเล็กๆจางลงในระยะยาว

Ultraphono
Ultraphono เป็นการผลักวิตามินให้ลงลึกถึงผิวด้านล่างเพื่อให้ผิวได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ โดยใช้การสั่นสะเทือนจากคลื่นเหนือเสียงความถี่สูงเป็นตัวผลักวิตามินทั้ง 8 ชนิด ได้แก่ Vitamin C, Vitamin A, Ja, Lico, CoQ10, Alovera และ Hyaluronic acid ซึ่งวิตามินเหล่านี้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสดใสยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดดซึ่งจะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยแห่งวัยต่างๆ เช่น จุดด่างดำ และริ้วรอยเส้นเล็กๆ บนผิว  และCoQ10 ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาแทนที่คอลลาเจนเดิม ส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้นและริ้วรอยลดลง

Collagen Mask
Collagen Mask เป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอีกระดับหนึ่ง นาโนคอลลาเจนเจลมีอนุภาคเล็กมากจึงสามารถซึมผ่านลงสู่ผิวได้ดี ช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น กระชับตึงขึ้น และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
 
ผลที่ได้จากการทำ Collagen White?
ผลที่ได้จากการทำ Collagen White?
Collagen White ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็กลดลง จุดด่างดำจางลง ผิวสว่างใสขึ้นกว่าเดิม รูขุมขนเล็กลง และผิวนุ่มชุ่มชื้นกว่าเดิม

ความรู้สึกขณะทำ Collagen white เป็นอย่างไร?
Collagen White เป็นทรีทเมนท์ที่อ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด จึงไม่จำเป็นต้องทายาชา ความรู้ขณะที่ทำ Microdermabrasion เหมือนมีเม็ดทรายเล็กๆ สัมผัสผิวเบา และรู้สึกเหมือนการนวดผ่อนคลายขณะทำ Ultraphono และ Collagen Mask

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ Collagen White คุณสามารถรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของผิวที่เพิ่มขึ้น และผิวสว่างใสขึ้นกว่าเดิมทันที ส่วนริ้วรอยเล็กๆ และจุดด่างดำจะค่อยๆ จางลง ควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5-8 ครั้ง การทำ Collagen white อย่างต่อเนื่องทุก 1-2 สัปดาห์จะช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดีและดูอ่อนกว่าวัย

ใครที่เหมาะกับการทำ Collagen White?
Collagen White เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้มีสุขภาพดี ต้องการกระชับรูขุมขน ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ต้องการเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ลดเลือนจุดด่างดำ Collagen White สามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสีผิวและวัย

ผลข้างเคียงจากการทำ Collagen White เป็นอย่างไร?
ผลข้างเคียงจากการทำ Collagen white มีน้อยมาก ในบางรายพบอาการแดงหลังทำ แต่รอยแดงจะหายไปในเวลา 10-20 นาที หลังทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติทันที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Ultra Phono

Ultra Phono
Ultraphono คืออะไร?
Ultraphono เป็นการผลักวิตามิน และสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยใช้คลื่นเหนือเสียงความถี่สูง 1 MHz ช่วยบำรุงผิว คืนความใส ลดเลือนจุดด่างดำ และให้ความชุ่มชื้นกับผิว ด้วย 8 Vitamin ได้แก่ Vitamin C , Vitamin A , Hyaluronic , JA, Alovera, CoQ10, Lico และเพิ่ม Collagen ให้กับผิวด้วยการ Mask Nano collagen cream 

 
Ultraphono เหมาะกับใคร?


Ultraphono เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวมากกว่าการทาครีมธรรมดา ต้องการให้ผิวสดชื่น สดใส ไม่แห้งกร้าน และลดเลือนจุดด่างดำ เช่น รอยดำจากสิว ลดความหมองคล้ำ บนใบหน้า

Ultraphono ทำได้บ่อยแค่ไหน?
ทำได้สัปดาห์ละครั้งต่อเนื่องได้เรื่อยๆ เพราะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และผิวหน้ายังคงต้องการการบำรุงอยู่ตลอดเวลา

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นและสดใสขึ้นทันที แนะนำให้ทำต่อเนื่องทุก 1-2 สัปดาห์เพื่อให้ผิวสดชื่นสดใสอยู่เสมอ สำหรับจุดด่างดำ เช่นรอยดำจากสิว ควรทำ ultraphono ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้งและควรทำร่วมกับ IPL จะเห็นผลเร็วขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Lift White Plus

Lift White Plus
Lift white plus คืออะไร?
Lift white plus เป็นการรวม 4 ขั้นตอน เพื่อเผยผิวใหม่ นุ่มละมุน เรียบเนียนใสพร้อมตึงกระชับในครั้งเดียว 4 ขั้นตอนได้แก่ RF , Microdermabrasion , Ultraphono และ Collagen Mask 

 
ผลที่ได้จากการทำ Lift white plus คืออะไร?

- ผิวเรียบเนียนนุ่ม และชุ่มชื่น ลดความหยาบกร้าน
- ผิวสว่างกระจ่างใส รอยด่างดำและความหมองคล้ำลดลง
- ผิวตึงกระชับ ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ

RF ทำอะไรกับผิว?
RF เป็นคลื่นความถี่วิทยุ ทำให้ผิวกระชับตึง และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ด้วยการส่งผ่านพลังงานความร้อนลงไปที่ผิวชั้นกลางและชั้นลึก ทำให้ไขมันในผิวชั้นลึกเกิดการหดตัวผิวจึงกระชับตึงขึ้น และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ ริ้วรอยเล็กๆ จึงจางลง รูขุมขนกระชับขึ้น 

Microdermabrasion ทำอะไรกับผิว?
Microdermabrasion เป็นการกรอผิวด้วยผงคริสตัลที่มีความละเอียดสูง ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดให้หลุดออกไป ทำให้ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาแทนที่ ผิวจึงกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำลดลง และผิวนุ่มละมุนขึ้น

Ultraphono ให้อะไรกับผิว?
Ultraphono เป็นการผลักวิตามินลงสู่ผิวด้านล่างโดยอาศัยแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเหนือเสียงความถี่สูง ทำให้วิตามินลงได้ลึกกว่าการทาครีมธรรมดา vitamin ทั้ง 8 ชนิด จะช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นและกระจ่างใสยิ่งขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำ

Collagen mask ให้อะไรกับผิว?
Collagen gel ที่ทาลงบนผิวจะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นยิ่งขึ้น ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ จางลง

ผลข้างเคียงจากการทำ Lift white plus มีอะไรบ้าง?
Lift white plus เป็นทรีทเมนท์ที่อ่อนโยนต่อผิว ผลข้างเคียงจึงมีน้อยมาก แต่อาจพบอาการบวมและผิวเป็นสีชมพูเล็กน้อยแต่จะหายเป็นปกติในเวลา 15-20 นาที

Lift white plus เหมาะกับใคร?
Lift white plus เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวกระจ่างใส และเนียนนุ่มยิ่งขึ้น พร้อมกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยในครั้งเดียวกัน การดูแลผิวด้วย Lift white plus สามารถทำได้ต่อเนื่องทุก 1-2 สัปดาห์ และรู้สึกได้ถึงความใสและอ่อนนุ่มของผิวหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Iontophoresis

Iontophoresis
Iontophoresis คืออะไร?
Iontophoresis เป็นกระบวนการผลักสารละลายผ่านผิวหนัง โดยอาศัยความต่างศักดิ์ไฟฟ้า สารละลายที่มีประจุบวกจะถูกผลักผ่านผิวหนังด้วยกระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำที่มีขั้วบวก ถ้าสารละลายที่ใช้มีประจุลบก็ต้องใช้กระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำที่มีขั้วเป็นลบเพื่อผลักสารละลายผ่านผิวหนัง 

Iontophoresis ทำให้ผิวใสขึ้นได้อย่างไร?

การทำ Ionto ทำให้ผิวใสขึ้นโดยการผลักสารละลายที่ทำให้ผิวใสและลดเลือนจุดด่างดำ เช่น วิตามิน C , JA  เข้าสู่ผิวหนังโดยตรง Ionto สามารถผลักวิตามินลงบนผิวบริเวณที่ต้องการรักษาได้โดยตรงไม่ต้องผ่านกระบวนการดูดซึมอื่นๆ ของร่างกาย ทำให้ผิวใสเนียนนุ่มทันทีหลังทำการรักษา

ผลข้างเคียงของการรักษาด้วย Iontophoresis เป็นอย่างไร?
ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Ionto ระหว่างทำการรักษาอาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยบนผิวที่ทำการรักษา หรือผิวบริเวณที่วางขั้วไฟฟ้า เนื่องจากเกิดความเป็นกรดใต้ขั้วขณะที่ทำการผลักวิตามิน หลังทำการรักษาผิวบริเวณนั้นอาจเป็นสีชมพูแต่จะหายเองประมาณ 10 นาที

Iontophoresis เหมาะกับใคร?
Ionto เหมาะกับผู้ที่ต้องการคืนความสดใสให้ผิวหน้า ลดเลือนรอยดำ ลดความหมองคล้ำบนใบหน้า

ต้องทำกี่ครั้งผิวจึงจะใสขึ้น?
หลังทำการรักษาด้วย Ionto ผิวจะใสขึ้นทันทีหลังทำ แต่รอยดำจะค่อยๆ จางลงหลังทำต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง สำหรับรอยดำควรทำร่วมกับ treatment อย่างอื่นด้วย เช่น IPL , Microdermabrasion จะทำให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น

การทำหน้าใสด้วย Ionto สามารถทำได้ทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากผิวถูกทำลายด้วยมลภาวะต่างๆ เช่น แสงแดด ความร้อน ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย การทำ Ionto ต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวคงความสดใสอยู่ได้นานขึ้น
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Phonophoresis

Phonophoresis
Phonophoresis คืออะไร?
Phonophoresis เป็นเทคนิคการผลักยาผ่านเซลล์ผิวหนังโดยใช้คลื่นเหนือเสียง (ultrasonic wave) ความถี่สูง 1 MHz เป็นตัวผลักยาหรือวิตามิน การผลักยาด้วยวิธีนี้ทำให้ยาซึมผ่านผิวได้มากและเร็วกว่าการทายาหรือทาครีม

Phonophoresis ทำให้หน้าใสได้อย่างไร?

Phonophoresis ทำให้หน้าใสได้ด้วยการผลักวิตามินชนิดต่างๆที่ทำให้หน้าใส เช่นวิตามินซี วิตามินเอ สารให้ความชุ่มชื้น สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น ผิวจะใสและชุ่มชื้นขึ้นด้วย นอกจากนั้นแล้วคลื่น ultrasonic จะทำให้เกิดการนวดเล็กๆ ระดับเซลล์ด้วย ทำให้มีการไหลเวียนเพิ่มขึ้นเซลล์ผิวจึงได้อาหารมาเลี้ยงมากขึ้น และเพิ่มการขับของเสียออกจากเซลล์ทางระบบน้ำเหลือง ผิวจึงนุ่มเนียนและสดใสมากยิ่งขึ้น

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
การทำ Phonophoresis เป็นการบำรุงผิวอย่างหนึ่ง แต่ไม่สามารถรักษารอยได้ทุกชนิด เช่น กระ ฝ้า จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออื่นร่วมด้วย แต่ผู้รับการรักษาสามารถรู้สึกได้ว่าผิวใสและนุ่มเนียนขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

ความรู้สึกขณะทำ Phonophoresis เป็นอย่างไร?
ความรู้สึกขณะทำเหมือนการนวดหน้า จะรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบนผิว หรือไม่รู้สึกอุ่นเลยก็ได้ ขึ้นกับการตั้งค่าพลังงาน ความร้อนไม่ได้ทำให้การผลักวิตามินเพิ่มได้มากขึ้น เพราะการผลักยาขึ้นกับความถี่ของลูกคลื่น ความร้อนเป็นเพียงผลพลอยได้อย่างหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกสบายขณะทำ

ทำได้บ่อยแค่ไหน?
ทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ตามแต่ความสะดวก และสามารถทำได้ต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ เพราะผิวต้องการการบำรุงอยู่ตลอดเวลา

Phonophoresis ลดการเกิดสิวและผดผื่นได้อย่างไร?
Phonophoresis ใช้ผลักยาสำหรับลดอาการระคายเคืองและยารักษาสิวบางอย่างได้ ทำให้สิวและผื่นหายเร็วขึ้น รวมทั้งรอยดำและรอยแดงจากสิวจางลงได้ด้วย

ผลข้างเคียงจากการทำ Phonophoresis เป็นอย่างไร?
ผลข้างเคียงจากการทำ phonophoresis พบได้น้อยมากๆ ที่พบในบางรายจะเกิดตุ่มแดงอยู่ประมาณ 15 นาทีก็จะหายไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Electro Nano-C

Electro Nano-C
Electro Nano C คืออะไร?
Electro Nano C เป็นการเพิ่มอาหารให้กับผิวด้วยสารละลาย Nano Vitamin C เข้มข้น โดยการขจัดเซลล์ผิวชั้นบนออก เพื่อเปิดผิวให้ Nano Vitamin C ซึมลงลึกถึงผิวด้านล่างได้ง่าย ร่วมกับการผลักVitamin C ให้ลงได้ลึกยิ่งขึ้นอีกด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าศักย์ต่ำกระแสตรง และเพิ่ม Collagen ให้กับผิวด้วยการมาส์ก Nano Collagen Gel

 
สารละลาย Nano Vitamin C ต่างจาก Vitamin C ทั่วไปอย่างไร?

สารละลาย Nano Vitamin C ต่างจาก Vitamin C ธรรมดาทั่วไป ตรงที่อนุภาคของ Nano Vitamin C เข้มข้น จะมีขนาดเล็กกว่า Vitamin C ธรรมดาทั่วไปอย่างมาก อนุภาคที่มีขนาดยิ่งเล็กยิ่งถูกดูดซึมเข้าเซลล์ผิวหนังได้ดีกว่าและมากกว่าอนุภาคขนาดใหญ่ และความเข้มที่มากกว่าจะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการบำรุง รักษาและปกป้องผิวได้มากกว่าและเห็นผลเร็วกว่า

คุณสมบัติของ Nano Vitamin C เข้มข้น คืออะไร? 
Nano Vitamin C เข้มข้น เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด และมลภาวะ ลดจำนวนอนุมูลอิสระ และลดความรุนแรงของการเกิดผิวไหม้จากแสงแดด ลดการเกิดริ้วรอยและรอยดำบนผิว ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้าง Collagen และ Elastic Fiber ทำให้ผิวแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้ผิวสดใสขึ้น

ผลที่ได้จากการรักษาด้วย Electro Nano C เป็นอย่างไร? 
หลังทำการรักษาด้วย Electro Nano C ผิวจะสดใส และชุ่มชื้นขึ้น รอยดำบนใบหน้าจะจางลงเร็วขึ้น ความหมองคล้ำลดลง ลดการเกิดริ้วรอยและรอยดำ ช่วยขจัดเซลล์ผิวและเผยผิวใหม่ที่สดใสและนุ่มนวลกว่าเดิม รอยแผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้นและลดเลือนริ้วรอยเล็กในระยะยาว
Electro Nano C ขจัดความหมองคล้ำและลดเลือนรอยดำที่มีอยู่เดิม พร้อมป้องกันการเกิดรอยดำและความหมองคล้ำจากแสงแดด

ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย Electro Nano C เป็นอย่างไร?
ความรู้สึกขณะผลัก Nano Vitamin C เข้าสู่ผิวด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Iontophoresis) อาจจะรู้สึกยิบๆ บนผิวบ้างเล็กน้อย ส่วนการขจัดเซลล์ผิวด้วย Microdermabasion นั้น อาจรู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อยจากแรงดูดกลับของเครื่อง ขั้นตอนการมาส์ก Nano Collagen เป็นขั้นตอนที่คุณจะได้รับความผ่อนคลายจากการนวดบำบัดผิว

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Electro Nano C มีหรือไม่?
ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Electro Nano C พบได้น้อยมาก แต่ในบางรายอาจพบอาการแดงบางบริเวณบนใบหน้า แต่จะหายไปได้เองประมาณ 10-20 นาที

ต้องทำการรักษากี่ครั้งด้วย Electro Nano C จึงจะเห็นผล?
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษาด้วย Electro Nano C ผิวจะสดชื่นใส นุ่ม เรียบเนียน และชุ่มชื้นขึ้นทันทีหลังทำ และจะเห็นได้ว่าหลังโดนแดดจัดผิวก็ยังใสและไม่คล้ำง่ายอย่างเคย ส่วนการรักษารอยดำและรอยแผลเป็นหลุม ควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5ครั้ง

ระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้งนานแค่ไหน?
ระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้ง ประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Multifruit Peel

Multifruit Peel
AHA คืออะไร?
AHA = Alphahydroxy Acid เป็นกรดชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มของกรดผลไม้ กรดผลไม้เหล่านี้ได้แก่ Pyruvic Acid
ได้จากมะละกอ , Glycolic Acid ได้จากน้ำอ้อย

 
AHA มีคุณสมบัติอย่างไร?

โดยปกติแล้วเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะหลุดลออกจากผิวประมาณ 21-28 วัน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า “ การผลัดเซลล์ผิว “
แต่เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวจะเริ่มช้าลง ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วกองสะสมอยู่บนผิวชั้นบนหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
และหลุดลอกออกได้ยากขึ้น

AHA มีคุณสมบัติทำให้แรงยึดระหว่างเซลล์ผิวที่ตายแล้วลดลง เมื่อแรงยึดระหว่างเซลล์ลดลงก็ทำให้เซลล์ผิวที่ตายซึ่งทับถมกันอยู่หนาแน่นบนผิวหนังชั้นบนสุดหลุดลอกออกไปได้ง่าย เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป เซลล์ผิวใหม่ที่อยู่ด้านล่างจะขึ้นมาแทนที่ด้านบนของผิว ทำให้เราเห็นผิวใหม่ที่สดใสและเรียบเนียนนุ่มกว่า

ผลที่ได้หลังจากทำ AHA? 
AHA จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวปกติ เมื่อผิวเก่าหลุดลอกออกไปแล้วผิวใหม่
จะขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวเดิม 
สิ่งที่ตามมาคือ
- ผิวใสขึ้น
- ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ผิวนุ่มนวลขึ้น
- รอยด่างดำจางลง
- ลดการอุดตันที่รูขุมขน ทำให้โอกาสเกิดสิวลดลง

ความเข้มข้นของ AHA ที่ปลอดภัยกับผิวอยู่ที่เท่าไร?
AHA ความเข้มข้นที่ปลอดภัยสำหรับใช้ในคลินิกในความดูแลของแพทย์ มีความเข้มข้นที่ 50-70% แต่ AHA ที่ใช้เป็นเครื่องสำอางจะมีความเข้มข้นต่ำกว่านี้มาก

ระยะห่างในการทำ AHA แต่ละครั้ง?
การผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA ถือเป็น Chemical peeling อย่างหนึ่ง การทำ Peeling หรือการลอกผิวสามารถทำได้ต่อเนื่องทุก 3-4 สัปดาห์

AHA เป็นการลอกหน้า ซึ่งจะทำให้ผิวบางลงใช่หรือไม่?
AHA เป็นการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ดังนั้นหลังทำ AHA ประมาณ 7 วัน ผิวจะหลุดลอกออก ซึ่งช่วงนี้ผิวจะไวต่อแสง
ทำให้เกิดจุดด่างดำได้ง่าย จึงเกิดการเข้าใจผิดว่า AHA ทำให้ผิวบางลง ดังนั้นช่วงนี้จำเป็นต้องเลี่ยงแดดจัด เมื่อผ่านช่วงนี้ไปผิวจะเข้าสู่สภาวะปกติ ดังนั้น AHA จึงไม่ทำให้ผิวบางลงแต่อย่างใด
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Microdermabrasion

Microdermabrasion
Microdermabrasion คืออะไร?
Microdermabrasion เป็นการกรอผิวด้วยผงคริสตัล หรือเกร็ดอัญมณี คำว่าการกรอผิว หรือการขัดผิว ก็คือการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดหรือชั้นขี้ไคลให้หลุดออกไป การกรอผิวด้วยผงคริสตัลเป็นวิธีที่อ่อนโยนมากในการทำให้เซลล์ผิวชั้นขี้ไคลให้หลุดออกไปในทันที เมื่อผิวชั้นขี้ไคลหลุดออกไป เราจะเห็นผิวใสขึ้นและนุ่มเนียนขึ้นในทันที

 
ระยะห่างในการทำ Microdermabrasion แต่ละครั้งนานเท่าไร?

ระยะห่างในการกรอผิว 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง และควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง

ผลที่ได้จากการรักษาด้วย Microdermabrasion เป็นอย่างไร? 
- ผิวใสขึ้น
- รอยดำจางลง
- แผลเป็นหลุมตื้นขึ้น
- ริ้วรอยเล็กๆ จางลง
- ผิวเรียบเนียนขึ้น
- สามารถทำได้ทุกบริเวณของร่างกาย
- สามารถทำได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ

การกรอผิว แบบ Microdermabrasion มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน?
การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีที่มีความละเอียดสูงจะมีความปลอดภัยสูง เพราะไม่ทำให้เกิดแผลเป็นบนผิวหนัง ไม่ต้องทายาชาเพราะไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด บางรายขณะทำผิวจะเป็นสีชมพูอยู่ประมาณ 5-10 นาที หลังการกรอผิวด้วยวิธีนี้ผู้รับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Skin Booster

Skin Booster
นวัตกรรมเพื่อความเปล่งปลั่งสดใสของผิวหน้า
เมื่ออายุมากขึ้นหรือช่วงที่อากาศแห้งมากๆ ส่วนประกอบสำคัญของผิว ที่เรียกว่า ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือสารอุ้มน้ำในผิว จะเสื่อมสภาพและลดจำนวนลง จึงทำให้ผิวดูแห้งกร้านไม่สดใส หมองคล้ำ และมีริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น

ราคา : 5,000 บาท
ราคาคอร์ส

( 4 แถม 1 ครั้ง)   : 20,000 บาท 
( 8 แถม 3 ครั้ง)  : 40,000 บาท
( 10 แถม 5 ครั้ง) : 50,000 บาท

Skin Booster

คือการเติมอาหารให้กับผิวเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการกระตุ้นคอลลาเจนโดยการฉีดสารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) และวิตามินต่างๆ มากถึง 52 ชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ใบหน้าขาวใส ลดเลือนริ้วรอย นอกจากนั้นยังนำมาผสมกับสารสกัดจาก Stem Cell ซึ่งมีสาร Argiriline Complex ที่ออกฤทธิ์คล้าย Botox จึงสามารถลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วฉีดลงไปในชั้นผิวทั่วใบหน้า ทำให้ผิวที่หมองคล้ำ ไม่สดใสกลับมาชุ่มชื้น ผิวหน้ามีน้ำมีนวล กระจ่างใส ริ้วรอยเล็กๆ ก็ลดเลือนลงไปด้วย
ซึ่งใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพผิว 2-3 วันก็เห็นผลได้อย่างชัดเจน

Skin Booster ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ทั้ง 5 ประการ
- ช่วยลดรอยหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวสว่าง กระจ่างใส ขาวอมชมพู แลดูสุขภาพดี
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ลงได้
- ช่วยลดเลือนสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำบนใบหน้าให้ลดลง
- ช่วยปรับสภาพผิวที่แห้ง ให้มีความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำ มีน้ำมีนวล
- ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดความหยาบกร้านของผิว

Skin Booster ขั้นตอนการฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม ขาวกระจ่างใส มีขั้นตอนดังนี้
- ฉีดสารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) และวิตามินต่างๆ มากถึง 52 ชนิด โดยแพทย์
- บำบัดผิวอย่างล้ำลึกเพื่อให้ใบหน้าขาวใสแบบ Mesotherapy
- นวดหน้าด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์เพื่อเร่งการผลักวิตามินทั้งหมดเข้าสู่ผิว

ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
หลังการบำบัดผิวด้วย Skin Booster ครั้งแรกก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้อย่างชัดเจน ในวันรุ่งขึ้น
ผิวจะชุ่มชื้น สดใสดูมีสุขภาพดี ขาวใสและเปล่งปลั่งยิ่งกว่าที่เคย 

ผลที่ได้จากการบำบัดผิวด้วย Skin Booster
- ผิวสว่าง กระจ่างใส ขาวอมชมพู แลดูสุขภาพดี
- ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ลงได้
- ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ จุดด่างดำบนใบหน้าให้ลดลง
- ผิวมีความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำ มีน้ำมีนวล
- ผิวเรียบเนียน ลดความหยาบกร้านของผิว

ทำได้บ่อยแค่ไหน?
Skin Booster สามารถทำได้บ่อยตามที่คุณต้องการ หรือทำเป็นประจำทุก 3 สัปดาห์ ผิวคุณจะดูอ่อนเยาว์ ขาวใส มีน้ำมีนวล จุดด่างดำ ฝ้าและกระลึกจางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ริ้วรอยเล็กๆ ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Ac Clear

Ac Clear
Ac Clear คือ การผสมผสาน การทำ Treatment 3 ขั้นตอน ดังนี้
- Clear Peel
- Phono หรือ Ionto
- IL, 27 CE
 
ประโยชน์ที่ได้

ช่วยลดปัญหาความมันบนใบหน้า ลดสิวอับเสบ สิวอุดตัน ,IL ช่วยลดการอักเสบของสิว 27 CE ทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกมา
ลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบ Phono หรือ Ionto ช่วย รักษา ฝ้า, กระ, รอยดำจากสิว, รอยคล้ำ ทำให้หน้าขาวใสขึ้น 

ทำได้บ่อยแค่ไหน ?
- สำหรับผู้ที่ผิวหน้ามัน สามารถทำได้ทุกสัปดาห์
- สำหรับผู้ที่มีผิวหน้าธรรมดา สามรถทำทุก 2 สัปดาห์

ข้อห้ามในการทำ
- มีแผลสดที่ผิวหน้า
- ใบหน้าแห้ง
- ผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ
- หลังทำเลเซอร์ใหม่ๆ
- แพ้ BHA

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Alpha-Beta Peel

Alpha-Beta Peel
Alpha-Beta Peel คืออะไร? 
เป็นการผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนโยนด้วย Whitening คุณภาพสูงถึง 4 ชนิด พร้อมบำรุงผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
จึงทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และดูอ่อนกว่าวัย 

Alpha-Beta Peel

การผลัดเซลล์ผิว ใช้ทั้ง AHA และ BHA เพื่อให้ผลัดเซลล์ได้ถึงสองระดับ ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
ให้หลุดลอกพร้อมกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน สามารถลดการอุดตันของรูขุมขนจึงลดการเกิดสิวได้
และยังช่วยลดขนาดของรูขุมขนได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแดงรอยดำจากสิว ลดความมันบนใบหน้า
ช่วยปรับสมดุลของผิวหน้า ช่วยให้หน้าขาวใส สีผิวเรียบเนียน อีกทั้งยังสามารถลดฝ้า กระ ให้จางลงได้อีกด้วย 

ขั้นตอนการทำ Alpha-Beta Peel
- ผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพหลุดออกอย่าง อ่อนโยน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
  และลดความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขน
- ผลักวิตามินบำรุง เพื่อผิวขาวกระจ่างใส ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว 
- มาส์กบำรุงผิวหน้า ด้วย Hya Golden Snail Serum เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ได้ทันที และคงความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน
  ให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง น่าสัมผัส ลดการอักเสบของผิว และยังช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิว

Alpha-Beta Peel เหมาะกับใคร?
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใบหน้าขาวใส และเรียบเนียน 
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้ามัน ต้องการลดความมันบนใบหน้า และลดขนาดรูขุมขน 
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดรอยดำ รอยแดงจากสิว 
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้อนเวลาให้ผิวขาวใส ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ 

ผลที่ได้จากการทำ Alpha-Beta Peel
- ผิวขาวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ 
- กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน
- ลดความมัน ลดการเกิดสิว
- ลดรอยดำ รอยแดง จากสิว

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
หลังการบำบัดผิวด้วย Alpha-Beta Peel ครั้งแรก คุณจะรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ในทันที ผิวจะดูกระจ่างใสขึ้น
รอยแดง รอยดำจางลง สำหรับการบำบัดจุดด่างดำนั้นสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อทำการรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-4 ครั้ง

ทำได้บ่อยแค่ไหน?
Alpha-Beta Peel สำหรับผิวมันแนะนำทำ 2 สัปดาหต่อครั้ง์ หากผิวแห้งแนะนำทำ 3 สัปดาห์ต่อครั้ง 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Oxygen White

Oxygen White
Oxygen White คือ
การทำ O2 Bright เป็นการใช้เทคโนโลยีของ O2 ในรูปแบบ Gel Mask และ ทำปฏิกิริยากับวิตามิน C บริสุทธิ์
เกิดกระบวนการสร้างผิวใหม่จากภายในสู่ภายนอก โดยมีผลทำให้เส้นเลือดขยาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
เพิ่มการดูดซึมของ ก๊าซ Oxygen มากขึ้น กระตุ้นเนื้อเยื่อมีผลให้ผิวดูดซึมวิตามินลงสู่ผิวได้มากขึ้น
พร้อมกับการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Wave) เพื่อทำการผลัก vitamin 8 ชนิด เข้าสู่ผิวหนัง
และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

 
ขั้นตอนการทำ Oxygen White
Oxygen White มีขั้นตอนดังนี้
- Mask O2 (O2 Bubble ,Whitening C Powder)
- ผลักวิตามิน 8 ชนิด ด้วยคลื่นความถี่สูง Ultraphono
- Mask Collagen พร้อมนวดหน้าเพิ่มการไหลเวียนเลือด

ผลที่ได้จากการบำบัดผิวด้วย Oxygen White​​​​​​​
- ช่วยขจัดสิ่งสกปรกผิวชั้นบน
- ช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวขาวใส ฝ้า กระ จางลง ลดรอยหมองคล้ำ
- ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่ม Oxygen ให้ผิว
- ช่วยให้ผิวแข็งแรง กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเนื้อเยื่อ
- ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ เรียบเนียน และเพิ่มการดูดซึมยา พร้อมกระชับรูขุมขน
- ช่วยบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้น

ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
หลังการบำบัดผิวด้วย Oxygen White ครั้งแรกก็สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ ผิวขาวใส กระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี 

ทำได้บ่อยแค่ไหน?
Oxygen White สามารถทำต่อเนื่อง 2 สัปดาห์/ครั้ง ผิวคุณจะดูขาวใสขึ้น พร้อมช่วยลดริ้วรอยได้ทั่วหน้า และใต้ตา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Lipo Lift

Lipo Lift
Lipo Lift คืออะไร?
Lipo Lift เป็นการฉีดยาเข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อสลายไขมันส่วนเกิน ลด Cellulite กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ทำให้ผิวไม่หย่อนคล้อยหลังการสลายไขมัน 
 
Lipo Lift กำจัดไขมันได้อย่างไร?

Lipo Lift เมื่อถูกฉีดเข้าไปในชั้นไขมัน จะทำลายเซลล์ไขมัน เมื่อเซลล์ไขมันตายก็จะกลายเป็นของเสีย
ซึ่งของเสียจะถูกขับออกทางระบบน้ำเหลือง 

Lipo Lift เหมือนกับการทำ Mesotherapy หรือ Mesofat ใช่หรือไม่?
Lipo Lift คล้ายกับการทำ Mesotherapy คือต้องฉีดยาเข้าไปในชั้นไขมันหลายๆ จุดและแต่ละจุดมีระยะห่าง
สม่ำเสมอกันทั่วบริเวณที่ต้องการรักษา แต่ตัวยาที่ใช้ต่างกัน และปริมาณยาที่ใช้ก็ต่างกันด้วย ระยะห่าง
ระหว่างการฉีดแต่ละครั้งยาวนานกว่า Mesofat 

บริเวณใดบ้างที่สามารถทำการรักษาด้วย Lipo Life ได้ ?
บริเวณที่สามารถทำ Lipolift ได้แก่ หน้าท้อง ต้นขาด้านนอก ต้นขาด้านใน ก้น ต้นแขน หลัง หลังส่วนล่าง
เอว คางสองชั้น ร่องแก้ม แก้มย้อย หน้าอกของผู้ชาย น่อง 

ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย Lipo Lift เป็นอย่างไร?
ก่อนการฉีด Lipo Lift ต้องทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที เพื่อทำให้รู้สึกสบายขึ้นขณะจิ้มเข็ม
ส่วนอาการปวด เจ็บระบม บวมและแดงจะเกิดขึ้นทันทีหลังฉีด Lipo Lift เสร็จ 

ระยะห่างระหว่างการรักษาด้วย Lipo Lift แต่ละครั้งนานแค่ไหน?
ระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้งไม่ควรเร็วกว่า 8 สัปดาห์ 

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
การรักษาด้วย Lipo Lift นั้นจะเห็นได้ว่าความหนาของชั้นไขมันลดลงและผิวกระชับขึ้นหลังการรักษา
ประมาณสัปดาห์ที่ 8 และความหนาของชั้นไขมันและ cellulite สามารถลดลงได้อีกหากทำการรักษาต่อเนื่อง 

ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรหลังการฉีด Lipo Lift?
หลังการฉีด Lipo Lift ควรงดการออกกำลังกายประมาณ 7-14 วัน เพราะช่วงนี้ยังมีอาการระบม
บวมและช้ำหลังการฉีด Lipo Lift อยู่ หลัง 14 วันไปแล้วควรนวดสลายไขมันร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผล
การรักษาที่ดียิ่งขึ้น การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่รับการรักษา
ด้วยการฉีด Lipo Lift 

ผลข้างเคียงจากการทำการรักษาด้วย Lipo Lift?
อาการบวมหลังการฉีด Lipo Lift จะบวมทันทีหลังฉีดเสร็จ และจะบวมมากที่สุดในวันรุ่งขึ้น อาการบวมจะค่อย
ลดลงพร้อมอาการเขียวช้ำจะค่อยๆ จางลงประมาณ 7-14 วัน ผิวจะเริ่มกระชับในสัปดาห์ที่ 5
และกระชับได้มากที่สุดในสัปดาห์ที่ 8 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Filler

Filler
Filler
Filler เป็นการฉีดสารเติมเต็มผิวเข้าไปในผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอยเล็กๆ ริ้วรอยร่องลึก หรือบริเวณแผลเป็นหลุม เพื่อเติมเต็มร่องหรือหลุมให้ตื้นขึ้น เหมือนทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น ดูอ่อนวัยเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังใช้ในการเติมเต็มริมฝีปากให้เอิบอิ่ม และปั้นแต่งรูปร่างของริมฝีปากได้

บริเวณใดบ้างที่สามารถฉีด Filler ได้?

- บริเวณร่องแก้ม 
- ริ้วรอยเล็กๆ รอบริมฝีปาก
- บริเวณรอยขมวดคิ้ว 
- ร่องลึกที่หน้าผาก
- แผลเป็นหลุม 
- ริมฝีปากทั้งบนและล่าง
- รอยตีนกา 
- ใต้ตา

สารเติมเต็มที่ว่าคืออะไร?
สารเติมเต็มมีหลายชนิด แบ่งเป็น กลุ่มสารเติมเต็มตามธรรมชาติซึ่งอยู่ได้ชั่วคราว และสารเติมเต็มที่
เป็นสิ่งแปลกปลอม เช่น silicon ซึ่งจะอยู่ได้ถาวรในผิวหนัง แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงเฉพาะสารเติมเต็ม
ตามธรรมชาติที่ทางพฤกษาคลินิกใช้ นั่นก็คือ "Hyaluronic acid"

Hyaluronic acid 
เป็นสารเติมเต็มผิวตามธรรมชาติ ที่มีความปลอดภัยสูงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อน
ทำการรักษา Hyaluronic acid ที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาตินั้น ทำหน้าที่เก็บกักน้ำให้ผิวและรักษา
ช่องว่างเซลล์ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณ Hyaluronic acid จะลดลงทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่าย

ผลที่ได้จากการฉีด Filler?
ริ้วรอยร่องลึกตื้นขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ เลือนหายไป รอยหลุมสิวเต็มหรือตื้นขึ้น ริมฝีปากเต็มอิ่ม

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
Filler เป็นทรีทเมนท์ที่เห็นผลการรักษาทันทีหลังทำเสร็จ และผลการรักษาอยู่ได้นาน 4-9 เดือน

เจ็บมากแค่ไหนตอนที่ฉีด filler?
การฉีด Filler ทำโดยการใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก ความเจ็บจึงมีไม่มากนัก แต่จำเป็นต้องทายา
ชาบนผิวก่อนทำการฉีด filler เพื่อให้รู้สึกสบายขึ้นขณะทำการรักษา แต่บางบริเวณ
อาจต้องใช้ยาชาฉีดร่วมด้วย เช่น บริเวณรอยร่องแก้ม

ผลข้างเคียงจากการฉีด filler มีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงของการฉีด filler ที่พบได้คือหลังฉีดเสร็จบริเวณที่ฉีดจะมีอาการบวมตึงหรือแดง
เล็กน้อยประมาณ 1-2 วัน บางรายอาจคลำพบก้อนเล็กๆบริเวณที่ฉีด
แต่จะหายไปเองประมาณ 1-4 สัปดาห์

การฉีด filler สามารถทำซ้ำได้กี่ครั้ง?
การฉีด filler สามารถกลับมาฉีดเพิ่มได้เรื่อยๆ เมื่อผู้รับการรักษารู้ว่า filler เดิมเริ่มลดลง
Filler เป็นสารที่ใช้แล้วหมดไปไม่ตกค้างเป็นสารพิษในผิว ดังนั้นจึงฉีดเพิ่มเติมได้ตลอดเมื่อต้องการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Botox

Botox
Botox คืออะไร?
Botox เป็นชื่อทางการค้าของบริษัทยายักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ Allergan ซึ่งผลิต สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน ใช้เพื่อลดริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า Botox ใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้วได้เป็นอย่างดี Botox ใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ใบหน้าเล็กลง และใช้ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ด้วย

Botox ลดริ้วรอยได้อย่างไร?

Botox ลดริ้วรอยได้โดยการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการลดริ้วรอย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเนื่องจาก โบทูลินั่มทอกซิน เป็นสารยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานลดลงจึงเห็นริ้วรอยลดลง

Botox ลดเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างไร?
Botox ลดการผลิตเหงื่อได้โดยการยับยังการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อ ทำให้การผลิตเหงื่อลดลง

Botox ทำให้ใบหน้าเล็กลงได้อย่างไร?
Botox จะออกฤทธิ์ลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อลดลง จึงทำให้ใบหน้าเล็กลง

เมื่อไรจึงจะเห็นผล และผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังฉีด Botox ไปประมาณ 2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นได้ว่าริ้วรอยลดลง ปริมาณเหงื่อลดลง และกล้ามเนื้อกรามลดขนาดลงจนเห็นได้ว่าใบหน้าเรียวขึ้นหลังฉีดไปประมาณ 4 สัปดาห์    ผลการรักษาด้วย Botox อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox?
ผลข้างเคียงจากการฉีด Botox อาจพบได้ เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน แต่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ ใน 1-3 เดือน
แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมาก

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Botox ?
- ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ botulinum toxin
- หญิงมีครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนการฉีด Botox?
ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือ แอสไพริน ก่อนการฉีด Botox 1 สัปดาห์

หลังการฉีด Botox ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
- หลังฉีด Botox ห้ามนอนราบ 4 ชั่วโมง
- ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด Botox เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้ในสัปดาห์แรกที่ฉีด botox
- ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด Botox ทุก 15 นาที ใน ชั่วโมงแรกหลังฉีด Botox จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาดียิ่งขึ้น

จะฉีด Botox ในครั้งต่อไปได้เมื่อไร ?
การฉีด Botox สามารถฉีดเพิ่มได้เมื่อ 2 สัปดาห์ผ่านไปแล้วผลการรักษาไม่เป็นที่พอใจ ของผู้รับการรักษาและแพทย์มีความเห็นตรงกัน โดยทั่วไปแล้วจะทำการรักษาครั้งต่อไปเมื่อ Botox หมดฤทธิ์คือประมาณ 4-6 เดือน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Thread Lift

Thread Lift
ร้อยไหมหน้าเรียว
ทางเลือกใหม่ ในการยกกระชับ-ปรับรูปหน้า
รายงานล่าสุดจากประเทศเกาหลี วงการแพทย์ด้านความงามได้ปฏิวัติการกระชับ ปรับรูปหน้าจาก U Shape เป็น V Shape ด้วยการใช้ไหมละลายแบบเดียวกับการใช้เย็บผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งมีโอกาสแพ้น้อยมาก ไหมที่นำมาใช้จะสลายไปภายใน 6-8 เดือน การละลายของไหมก่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวรอบๆ เส้นไหม จึงเกิดการยกกระชับมากขึ้น เวลาผ่านไปผิวหน้าจะยิ่งดีขึ้น เซลล์ผิวแข็งแรงหน้าเต่งตึง ได้ผลต่อเนื่อง 1-2 ปี

ยกกระชับหน้าด้วย Ultra V-Lift

- ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่ต้องพักงาน
- เห็นผลทันที และต่อเนื่องนาน 1-2 ปี
- ปลอดภัย สลายตัวหมด ไม่มีสารตกค้าง
- ร่องรอยหลังการรักษาน้อยมาก

วิธีทำการรักษา
เริ่มจากทายาชาในบริเวณที่ทำการรักษาประมาณ 30-45 นาที แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำเส้นไหมที่อยู่บนปลายเข็มเข้าไปยึดตามเนื้อเยื่อผิว พร้อมร้อยเรียงเส้นไหมโดยพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของคนไข้ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ในบางรายเห็นผลชัดเจนทันทีหลังจากทำโดยไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้าปกปิดรอยเข็มแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถออกแดดหรือเล่นกีฬากลางแจ้งได้

ผลลัพธ์ที่ได้
ไหมที่ร้อยเข้าไปจะกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้เห็นผลของการยกกระชับได้ทันทีหลังทำ และไหมยังกระตุ้นให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่รอบเส้นไหม ทำให้ผิวค่อยๆ ยกกระชับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ผิวให้ดีขึ้น ผิวจึงดูเปล่งปลั่งสดใสโดยเส้นไหมจะสลายตัวได้เองภายในเวลา 6-8 เดือน แต่จะเกิดการสร้างคอลลาเจนต่อไปอีกจนถึงประมาณ 1 ปี ช่วงนั้นคนไข้สามารถเข้ารับการรักษาเพิ่มเติมได้ ในรายที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก การรักษาซ้ำก่อนครบปีจะช่วยเสริมให้ผิวมีการตึงตัวมากขึ้น

จุดเด่นของ Ultra V-Lift
- สามารถยกกระชับ หน้าผาก คิ้ว แก้ม คาง คอ ท้องแขนที่หย่อนคล้อย คล้ายการผ่าตัดดึงหน้า
- ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เพิ่มความยืดหยุ่นเหมือนผิววัยสาว จากการกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่
- ช่วยแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้จากการฉีด Botox, Filler หรือ Laser

ผลข้างเคียงจากการรักษา
ภายใต้การดูแลโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ ผลข้างเคียงจะมีน้อยมาก อาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำบ้าง เช่นเดียวกับการฉีด Filler ทั่วไป และจะหายได้เองภายใน 3-5 วัน แนะนำให้ใช้ความเย็นประคบใน 1-2 วันแรก ในบางรายแพทย์อาจให้ทานยาป้องกันการอักเสบเป็นเวลา 3-5 วัน ช่วงนั้นควรงดดื่มแอลกอฮอล์และถูกความร้อน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Therma Lift

Therma Lift
Therma Lift คืออะไร และทำงานอย่างไร?
Therma Lift เป็นลำแสง Near Infarred Ray ช่วยในการกระชับผิว ปรับหน้าเรียว และกระตุ้นการสร้าง Collagen ในระยะยาว ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ลำแสง Infared จะทำงานโดยตรงที่ผิวหนังชั้นลึกและไม่ทำให้เกิดการทำลายผิวหนังชั้นบน การทำงานจะเจาะจงไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และทำให้น้ำในเซลล์โดยรอบเกิดความร้อนถึงระดับหนึ่งซึ่งจะทำให้เกิดการหดตัว และตึงกระชับของ Collagen เป็นการซ่อมแซม Collagen เดิม รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้าง Collagen ใหม่ ส่งผลให้เกิดการตึงกระชับของผิวในระยะยาว
อะไรที่เป็นคุณสมบัติเด่นของ Therma Lift ?

Therma Lift เป็นเทคโนโลยีเดียวที่สามารถกระชับผิวชั้นลึก แก้ปัญหาผิวหย่อนยาน โดยไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา 
ซึ่งเทคโนโลยีอื่นที่ใช้กระชับผิวนั้นจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดในระหว่างการรักษา

จะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการทำการรักษาด้วย Therma Lift ?
ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ผสมอยู่ เพราะจะทำให้กระบวนการในการซ่อมสร้างเซลล์ช้าลง

จำเป็นต้องใช้ยาชาเพื่อลดความเจ็บปวดในขณะทำการรักษาหรือไม่?
ผู้รับการรักษาจะรู้สึกเพียงแค่อุ่นๆ ถึงร้อนใต้ผิวหนัง แต่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวด

อะไรที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนการทำการรักษาด้วย Therma Lift ?
Infared ray ทำให้น้ำในเซลล์เกิดความร้อนขึ้น จนกระทั่งเกิดการหดตัว และกระชับของ Collagen ในผิวชั้นลึก ผู้รับการรักษาจะรู้สึกเพียงแค่อุ่นๆ ถึงร้อนใต้ผิวหนัง
ในระหว่างยิงแสงจำเป็นต้องทาเจลเย็นบนผิวเพื่อช่วยปกป้องผิวชั้นบนจากความร้อนที่เกิดขึ้นใต้ผิวหนัง เวลาที่ใช้ในการรักษา ประมาณ 20 นาทีขึ้นกับขนาดของบริเวณที่ทำการรักษา

ต้องพักฟื้นหลังทำหรือไม่?
เนื่องจากเป็นการรักษาที่ผิวชั้นลึก ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บกับผิว จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำการรักษา ผู้รับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ

จะเห็นผลเมื่อไหร่?
หลังการรักษาผู้รับการรักษาจะรู้สึกถึงความตึงตัวของผิวที่มากขึ้นกว่าเดิมทันทีจากการหดตัวของ Collagen และ Collagen ใหม่ที่เกิดขึ้นจะทำให้ผิวตึงขึ้นอีกระดับใน 1-3 เดือน

เมื่อไหร่จึงจะต้องกลับมาทำการรักษาอีก?
สำหรับบางราย การรักษาเพียงครั้งเดียวก็ได้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม แต่การกลับมาทำซ้ำเป็นครั้งที่สองหลังจากครั้งแรก
1 เดือนจะทำให้ผลการรักษาดีขึ้นไปอีกการทำซ้ำในครั้งที่ 3-5 จะช่วยได้มากในผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยของผิวในระดับกลาง
ทำให้ผลของการรักษาอยู่ได้นานขึ้น 6-12 เดือน

หลังทำเสร็จหน้าจะบวมและแดงหรือไม่?
โดยปกติแล้วหลังทำการรักษาด้วยTherma Lift จะไม่มีอาการบวมหรือแดง แต่อาจพบได้ในบางรายซึ่งมีจำนวนน้อยมากที่มีอาการบวมหรือแดง 
เนื่องจากมีการขยายตัวของหลอดเลือดจากความร้อนที่เกิดขึ้น บริเวณที่พบได้แก่หน้าผากหรือขอบกราม แต่สามารถหายเป็นปกติได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง

ใครบ้างที่ไม่ควรทำการรักษาด้วย Therma Lift ?
1. สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
2. ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังหรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำการรักษา
    (ไม่มีการทำการวิจัยถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในบุคคลทั้งสองกลุ่ม)

Therma Lift เหมาะกับใคร?
Therma Lift เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ต้องการกระชับผิว และปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ลดรอยร่องแก้มลึก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Fine Scan Laser

Fine Scan Laser
รักษาแผลเป็นหลุมสิวและรอยแตกลาย
Fine Scan Laser คืออะไร?

Fine Scan Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ในกลุ่ม Fractional Laser ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาแผลเป็นหลุมและรอยแตกลาย พร้อมทั้งช่วยในฟื้นฟูสภาพผิวลดเลือนริ้วรอย และกระชับรูขุมขน เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา และไม่มีแผลหลังการรักษา


 
Fine Scan Laser ใช้รักษาอะไรได้บ้าง?

- แผลเป็นหลุมสิวทั้งแบบตื้นและลึก
- ลดเลือนริ้วรอย
- ฟื้นฟูสภาพผิว กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีขึ้น 
- รักษารอยแตกลาย

Fine Scan Laser ทำให้รอยแตกลายดีขึ้นได้อย่างไร?
รอยแตกลาย เกิดจากการที่ผิวมีการยืดขยายตัวมากกว่าปกติอย่างรวดเร็วและลดการขยายตัวลงอย่างรวดเร็ว ผลการขยายตัวของผิวอย่างมาก ทำให้โครงสร้างของเส้นใย คอลลาเจนในผิวถูกดึงยืดจนสูญเสียความยืดหยุ่นไป ทำให้ผิวไม่สามารถหดกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ผิวบริเวณนั้นจึงเปลี่ยนสภาพไป เห็นเป็นเส้นรอยแตกลาย รอยแตกลายที่เกิดขึ้นใหม่ๆ จะเป็นสีชมพูจากการที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก และเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดในการรักษารอยแตกลายให้ได้ผล
แต่เมื่อทิ้งไว้นานมากขึ้นรอยแตกลายจะเป็นสีขาวเงาๆ ถ้าทำการ

รักษาในช่วงนี้ผลการรักษาที่ได้จะไม่ค่อยดีนัก
Fine Scan Laser ทำให้รอยแตกลายดีขึ้นมากถ้าทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรกที่รอยแตกยังเป็นสีชมพู Fine Scan Laser จะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในบริเวณรอยแตกลาย พร้อมกับสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพ ผิวบริเวณนั้นจึงมีความยืดหยุ่นกลับคืนมาได้ ผิวจึงกระชับขึ้น รอยแตกลายจึงมีขนาดเล็กลง และเซลล์ผิวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นเซลล์ผิวคุณภาพดียังช่วยทำให้ความเงาของรอยแตกลายลดลงตามไปด้วย

Fine Scan Laser กับแผลเป็นหลุมสิว?
Fine Scan Laser ทำให้แผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้นจากการยิงลำแสงเลเซอร์ที่มีหน้าตัดขนาดจิ๋วลงไปในผิว เกิดเป็นรูขนาดเล็กขึ้นทั้งผิวด้านบนและด้านล่าง ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ในบริเวณนั้น ส่วนในผิวชั้นลึกนั้นเลเซอร์จะไปตัดพังผืดแข็งที่รั้งก้นแผลเป็น แผลจึงลอยตัวขึ้น และความร้อนจากเลเซอร์ยังทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เป็นจำนวนมากเป็นการทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพ ทำให้แผลเป็นตื้นขึ้น และผิวตึงกระชับขึ้น สิ่งที่ได้คือ แผลเป็นหลุมตื้นขึ้น แผลแคบเข้า มีขนาดเล็กลง และนุ่มขึ้น

จุดเด่นของ Fine Scan Laser
- สะเก็ดมีขนาดเล็กมากจนสังเกตได้ยาก และหลุดออกได้หมดใน 3-7 วัน
- อาการบวมแดงมีน้อยมากและเกิดขึ้นเพียง 20 นาที-2ชั่วโมง
- เหมาะกับทุกสีผิว
- สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา

ความรู้สึกระหว่างการรักษาเป็นอย่างไร?
ขณะทำการรักษา ผู้รับการรักษาจะรู้สึกเหมือนเข็มขนาดเล็กๆจิ้มเบาๆบนผิว บางบริเวณจะรู้สึกร้อนเล็กน้อย และหลังการรักษาจะรู้สึกร้อนที่ผิวอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลานานแค่ไหน?
ก่อนการรักษาต้องเตรียมผิวโดยการทายาชาประมาณ 30-45 นาที ส่วนเวลาที่ใช้ในการยิงเลเซอร์ประมาณ 5-20 นาทีขึ้นกับขนาดเล็ก-ใหญ่ของบริเวณที่ต้องการรักษา

ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
การแก้ไขปัญหาผิวด้วย Fine Scan Laser ระยะห่างระหว่างการรักษาอยู่ที่ 4 สัปดาห์/ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 5-8 ครั้ง

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
ผลการรักษาแผลเป็นหลุมสิว รอยแตกลาย และการกระชับรูขุมขนด้วย Fine Scan Laser นั้น สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ระดับ หนึ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา สำหรับผลการรักษาที่ชัดเจนจะเห็นได้หลังการรักษาครั้งที่ 3
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Polaris

Polaris
E - max Polaris คืออะไร?
E - max Polaris เป็นเทคโนโลยีของ elos เป็นการผสาน 2 เทคโนโลยี คือ คลื่นวิทยุ RF และ เลเซอร์ diode laser เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้ผิวกระชับ ลดริ้วรอย แผลเป็นหลุมตื้นขึ้น และปรับหน้าเรียว โดยไม่ต้องใช้พลังงานในการรักษาสูง แต่ได้ผลการรักษาเท่ากับการใช้พลังงานสูง
มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบความเย็นที่หัวยิงช่วยปกป้องผิวหนังชั้นบนสุดจากการกระจายความร้อนของ RF และ Diode เลเซอร์ 

 
E - max Polaris ทำให้ผิวกระชับได้อย่างไร?

RF ที่อยู่ใน E - max Polaris เป็น Bipolar RF มีคุณสมบัติในการกระชับผิวชั้นลึก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ส่วน Diode laser นั้น มีคุณสมบัติในการกระชับผิวในชั้นลึก พร้อมทั้งสร้างคอลลลาเจนใหม่และบิดเกลียวคอลลาเจน
เดิมการทำงานของทั้งสองพลังช่วยทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวจึงกระชับและตึงขึ้น

จะต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
สำหรับ E - max Polaris หลังทำการรักษาครั้งแรกสามารถเห็นผลทันทีหลังทำ เช่นร่องแก้มตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น
หน้าเรียวขึ้น ผิวตึงขึ้น การทำการรักษาอย่างต่อเนื่องเดือนละครั้งติดต่อกัน 4-5 ครั้งจะทำให้ผลการรักษาอยู่ได้นาน
ประมาณ 1 ปี

ผลข้างเคียงมีหรือไม่?
ผลข้างเคียงพบน้อยมากมีอาการบวมแดงหลังทำเสร็จบางจุดเช่น ขอบคางหรือหน้าผาก

ใครที่เหมาะจะทำการรักษาด้วย E - max Polaris?
ผู้ที่ต้องการกระชับผิวหน้า ปรับให้หน้าเรียวเล็ก ลดการหย่อนคล้อยของผิว กระชับรูขุมขน ยกหางคิ้ว
ลดรอยร่องแก้ม ลดริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยตีนกา รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยแผลเป็นหลุมสิว ถุงใต้ตา คางสองชั้น
ลดรอยแตกลาย

ตอนทำการรักษาจะรู้สึกอย่างไร?
ก่อนทำการรักษาควรทายาชาก่อนทำประมาณ 30-45 นาที ระหว่างการรักษาจะรู้สึกเจ็บร้อนลึกๆ บางบริเวณ เช่นขอบหน้า
หน้าผาก แต่บางรายอาจไม่รู้สึกเจ็บเลย

หลังทำการรักษาต้องพักฟื้นหรือเลี่ยงแดดนานแค่ไหน?
หลังการรักษาผู้รับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องเลี่ยงแดด ไม่ต้องพักฟื้น เพราะ E - max Polaris
ไม่ได้ทำให้ผิวชั้นบนสุดได้รับบาดเจ็บจึงไม่ทำให้ผิวไวต่อแสง
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Refirm

Refirm
ST Refirm คืออะไร?
ST Refirm เป็นการรวม 3 เทคโนโลยีเพื่อการดูแลผิวอย่างอ่อนโยน สวยได้ทันใจแบบไม่เจ็บ ST Refirm ปรับสภาพสีผิวชั้นบนให้ขาวใสขึ้นได้อีกระดับ
ด้วยเทคโนโลยีแสง IPL+RF และปรับรูปหน้าให้เรียวสวยพร้อมกับกระชับผิวให้ตึงขึ้นด้วยลำแสง Infrared Ray จาก Elos Technology

ข้อดีของ ST Refirm
  • ไม่เจ็บขณะทำการรักษา
  • หัวยิงเลเซอร์ขนาดเล็กทำให้เก็บรายละเอียดได้อย่างทั่วถึง
  • ไม่ต้องเสียเวลาในการทายาชาก่อนการรักษา

ST Refirm ทำงานอย่างไร?
ดูแลผิว 2 ระบบ
  • Skin Rejuvenation ฟื้นฟูสภาพผิวชั้นบน ด้วยพลังงานแสง IPL ร่วมกับ RF (คลื่นความถี่วิทยุ) ช่วยทำลายเม็ดสีผิดปกติที่ผิวชั้นบน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกระดับ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวและCollagenใหม่ ทำให้ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็กๆจางลง และรูขุมขนเล็กลง
  • Refirm กระชับผิวได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ด้วย Infrared Ray ทำให้ชั้นไขมันหดตัวเล็กลงดึงให้ผิวด้านบนหดกระชับตามขนาดของชั้นไขมันที่เล็กลง ผิวจึงตึงและกระชับขึ้น คางสองชั้น, แก้มย้อยและถุงใต้ตาเล็กลงได้เพราะไขมันในบริเวณดังกล่าวหดตัวเล็กลง
     
ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย ST Refirm เป็นอย่างไร?
ST Refirm คืออะไร?
ST Refirm เป็นการรวม 3 เทคโนโลยีเพื่อการดูแลผิวอย่างอ่อนโยน สวยได้ทันใจแบบไม่เจ็บ ST Refirm ปรับสภาพสีผิวชั้นบนให้ขาวใสขึ้นได้อีกระดับ
ด้วยเทคโนโลยีแสง IPL+RF และปรับรูปหน้าให้เรียวสวยพร้อมกับกระชับผิวให้ตึงขึ้นด้วยลำแสง Infrared Ray จาก Elos Technology

ข้อดีของ ST Refirm
  • ไม่เจ็บขณะทำการรักษา
  • หัวยิงเลเซอร์ขนาดเล็กทำให้เก็บรายละเอียดได้อย่างทั่วถึง
  • ไม่ต้องเสียเวลาในการทายาชาก่อนการรักษา

ST Refirm ทำงานอย่างไร?
ดูแลผิว 2 ระบบ
  • Skin Rejuvenation ฟื้นฟูสภาพผิวชั้นบน ด้วยพลังงานแสง IPL ร่วมกับ RF (คลื่นความถี่วิทยุ) ช่วยทำลายเม็ดสีผิดปกติที่ผิวชั้นบน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกระดับ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวและCollagenใหม่ ทำให้ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็กๆจางลง และรูขุมขนเล็กลง
  • Refirm กระชับผิวได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ด้วย Infrared Ray ทำให้ชั้นไขมันหดตัวเล็กลงดึงให้ผิวด้านบนหดกระชับตามขนาดของชั้นไขมันที่เล็กลง ผิวจึงตึงและกระชับขึ้น คางสองชั้น, แก้มย้อยและถุงใต้ตาเล็กลงได้เพราะไขมันในบริเวณดังกล่าวหดตัวเล็กลง

ผลที่ได้จากการรักษาด้วย ST Refirm
  • ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกระดับ
  • สีผิวสม่ำเสมอ
  • รอยดำ รอยแดง กระ จางลง
  • รูขุมขนกระชับ
  • รูปหน้าเรียวเล็กลง
  • ผิวกระชับขึ้น
  • ริ้วรอยเล็กๆจางลง
  • ถุงใต้ตาเล็กลง
  • แก้มยุ้ยและแก้มย้อยลดลง
  • คางสองชั้นลดลง

ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย ST Refirm เป็นอย่างไร?
ทั้งสองระบบของ ST Refirm ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้พลังงานในการรักษาไม่ต้องสูงแต่ได้ผลเทียบเท่ากับการรักษาที่ใช้พลังงานสูง โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกเจ็บปวดจะขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ในการรักษา ดังนั้นพลังงานที่ใช้ในการรักษาด้วย ST Refirm จึงไม่ทำให้เกิดความเจ็บหรือไม่สบายผิวในระดับที่ต้องใช้ยาชา ผู้รับการรักษาจึงไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนการรักษา ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย SR (Skin Rejuvenation) จะคล้ายกับถูกดีดเบาๆบนผิวและอุ่นเล็กน้อย ส่วน Refirm จะรู้สึกเหมือนมีแรงดูดอุ่นๆเกิดขึ้นในผิว

เมื่อไรจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง?
การดูแลผิวด้วย ST Refirm สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวที่กระชับแน่นระดับหนึ่งทันทีหลังการรักษา
สีผิวขาวใสขึ้น กระ รอยดำ และรอยแดง จางลงหลังทำการรักษาประมาณ 7 วัน

ต้องทำการรักษากี่ครั้งและผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน?
แนะนำทำการรักษาต่อเนื่องเดือนละครั้ง ประมาณ 5 ครั้ง จะทำให้ผลการรักษาได้ผลชัดเจนดีมากขึ้นกว่าการทำการรักษาเพียงครั้งเดียว
การรักษาในครั้งแรกผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือน ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผลการรักษาอยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน

ระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้ง?
ระยะห่างระหว่างการรักษาแต่ละครั้งประมาณ 4-5 สัปดาห์

ผลข้างเคียงจากการทำ ST Refirm มีหรือไม่?
ผลข้างเคียงจากการทำ ST Refirm พบได้น้อยมาก อาจพบได้ในบางราย เช่น เป็นรอยแดง หรือตุ่มนูนแดง อาการดังกล่าวสามารถหายได้เองภายใน 30-60 นาที
หลังการประคบด้วยความเย็น ส่วนอาการตกสะเก็ดเล็กในบริเวณที่เป็นกระหรือรอยดำ เป็นอาการปกติ สะเก็ดจะหลุดออกได้เองภายใน 7 วัน

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ ST Refirm?
  • ผู้ที่รูปหน้าใหญ่จากไขมัน ต้องการทำให้รูปหน้าเรียวเล็กลงพร้อมกับปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใสขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย คางสองชั้น ถุงใต้ตา ต้องการให้ผิวกระชับตึงขึ้นลดปัญหาแก้มย้อย ลดคางสองชั้นและลดถุงใต้ตา พร้อมกับลดจุดด่างดำบนผิวและทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Subcision

Subcision
Subcision คืออะไร?
Subcision ไม่ใช่เลเซอร์ แต่เป็นเทคนิคการรักษาหลุมสิวที่ได้ผลดีมาก Subcision เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กสอดเข้าไป
ใต้ผิว เพื่อตัดเซาะพังผืดที่รั้งหลุมสิวไว้ เมื่อพังผืดเหล่านี้ไม่สามารถยึดเกาะกับผิวหนังบริเวณหลุมสิวได้ ผิวบริเวณนั้น
จะนิ่มขึ้นและลอยตัวขึ้นได้ง่าย หลุมสิวจะค่อยๆ ตื้นขึ้น

 
ความรู้สึกขณะทำ Subcision เป็นอย่างไร?

ก่อนการทำ Subcision จำเป็นต้องทายาชาที่ผิวประมาณ 30-60 นาที ขณะทายาชาอาจรู้สึกระคายเคืองผิวบ้าง
ขณะที่สอดเข็มเข้าใต้ผิวหนังเพื่อตัดเซาะพังผืดนั้น อาจรู้สึกเจ็บบ้าง มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ขณะทำ
และหลังทำการรักษาต้องประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมแดง

ผลข้างเคียงจากการทำ Subcision?
หลังทำ Subcision ผู้รับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น แต่ผิวบริเวณที่ทำ Subcision
จะเป็นสีแบบรอยช้ำเหมือนโดนกระแทกอยู่ประมาณ 7 วัน แล้วจะหายเป็นปกติได้เอง

ผลที่ได้จากการทำ Subcision เป็นอย่างไร?
Subcision จะทำให้แผลเป็นหลุมสิวทั้งแบบตื้นและแบบลึกตื้นขึ้นและแผลเป็นนิ่มลง

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
หลุมสิวจะตื้นขึ้นหลังการรักษาครั้งแรกผ่านไปประมาณ 6 สัปดาห์ และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหลังทำการรักษา
ต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง ทุกๆ 3-6 สัปดาห์

Subcision เหมาะกับใคร?
Subcision เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาแผลเป็นหลุมสิวทั้งแบบตื้นและแบบลึก ผู้ที่ไม่ต้องการรักษาด้วยเลเซอร์
ผู้ที่ไม่ต้องการพักฟื้นหลังทำการรักษา ผู้ที่ไม่ชอบการรักษาแบบลอกผิวหรือเปลี่ยนผิวใหม่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Acne Light

Acne Light
Acne light คืออะไร
Acne light หรือ แสงสีฟ้า เป็นลำแสงที่มีความยาวคลื่นที่ 420 นาโนเมตร ใช้ในการการรักษาและป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
ปัจจุบันเครื่อง blue light มี 2 ประเภท คือแบบฉายส่องบนผิว และแบบยิงแสงลงบนผิว ซึ่งเครื่องทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพ
ในการรักษาเท่าเทียมกัน

 
Acne light ช่วยรักษาสิวได้อย่างไร?

สาเหตุของการเกิดสิวมีหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิวคือแบคทีเรีย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวมีชื่อว่า
Propionibacterium acnes (P.acne) ลำแสงสีฟ้านั้นจะช่วยลดการเกิดสิวโดย แสงสีฟ้าจะกระตุ้น Porphyrin
ทำให้ porphyrin กลายเป็นสารพิษ และสารพิษนี้จะไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย P.acne อีกทีหนึ่ง เมื่อ P.acne ถูกทำลายไป
การเกิดสิวจึงลดลง

ต้องทำบ่อยแค่ไหน? และนานแค่ไหน?
ในต่างประเทศนิยมทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่ทำทุกสองสัปดาห์ก็ให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจเช่นเดียวกัน
เวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว ควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง

ตอนทำการรักษาเจ็บหรือไม่? และจำเป็นต้องใช้ยาชาช่วยลดความเจ็บปวดหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเพราะไม่เจ็บปวดขณะทำ สำหรับจะรู้สึกเหมือนถูกดีดเบาๆในบางราย แต่ส่วนใหญ่แล้วแค่รู้สึกอุ่นๆ
ตามจุดที่ยิงแสง

มีผลข้างเคียงจากการฉายแสง Acne light หรือไม่?
โดยปกติแล้วการทำการรักษาด้วย Acne light แสงที่ออกมาจะทำปฏิกิริยาเฉพาะกับแบคทีเรียเท่านั้น ซึ่งจะไม่ส่งผล
ผลข้างเคียงใดๆ ในบางรายอาจพบว่า มีอาการบวมหรือแดงแต่สามารถหายได้เองภายใน 1 ชั่วโมง

ผลที่ได้จากการรักษาด้วย Acne light เป็นอย่างไร?
ปริมาณการเกิดสิวลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 เดือน ซึ่งจะเห็นให้ได้ชัดในกลุ่มสิวอักเสบ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Acnet Program

Acnet Program
Acnet Program คืออะไร?
Acnet Program เป็น Package ราคาประหยัด สำหรับทำหน้าใสและรักษาสิวไปพร้อมกัน ใน Package
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน 
1. IPL 570 ลำแสงหน้าใส ลดเลือนรอยแดงและรอยดำสิว 
2. IPL 420 ลำแสงฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวอักเสบ 
3. RF ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดการเกิดสิว 
4. Mask Collagen ปรับสมดุลผิวให้ชุ่มชื้น 
5. ฉีดยาลดการอักเสบของสิว และสะกิดหัวสิวออก

 
ผลที่ได้รับจากการทำ Acnet Program เป็นอย่างไร?

ผิวจะขาวใสขึ้น รอยดำและรอยแดงจากสิวลดลง ความมันบนใบหน้าลดลง ปริมาณสิวและสิวอักเสบลดลง
เห็นความแตกต่างได้ ก่อนและหลังการรักษาเมื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน

Acnet Program ลดรอยแดงและรอยดำสิว ทำให้หน้าขาวใสขึ้นได้อย่างไร?
ด้วยคุณสมบัติของ IPL 570 ซึ่งเป็นลำแสงที่มีคุณสมบัติในการทำลายเม็ดสีผิดปกติที่ผิวชั้นบน เช่น กระ และรอยดำแผลสิว
เป็นต้น คุณสมบัติอีกอย่างของ IPL 570 คือทำลายเส้นเลือดฝอยผิดปกติ เช่นรอยแดงจากสิว เมื่อยิงทำลายเส้นเลือด
แล้วรอยแดงก็จะจางลง คุณสมบัติเด่นที่สุดของ IPL 570 จะช่วยปรับสภาพสีผิวให้ขาวใสขึ้น สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้

Acnet Program รักษาสิวได้อย่างไร?
Acnet Program ป้องกันการเกิดสิวอักเสบ ด้วยการยิงแสง IPL 420 ลงบนผิวบริเวณที่เป็นสิว ลำแสงจะกระตุ้นปฏิกิริยาเคมี
ของแบคทีเรียให้หลั่งสารออกมาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ จึงทำให้สิวอักเสบลดลง และป้องกัน
การเกิดสิวอักเสบได้ผลดี ส่วน RF จะทำให้ต่อมไขมันหดตัวและลดการทำงานของต่อมไขมัน การเกิดสิวจึงลดลง และความร้อน
จาก RF ยังช่วยทำให้หัวสิวหลุดออกได้ง่ายขึ้น ลดการอักเสบของสิวได้ สำหรับการฉีดยาลดการอักเสบ และการสะกิดหัวสิว
ออกนั้นเป็นวิธีการกำจัดสิวที่เร็วที่สุด และลดการเกิดรอยแผลจากสิวได้ ถ้าปล่อยให้สิวอยู่บนหน้านานๆ เซลล์ผิวหนังบริเวณนั้น
จะถูกทำลายจากกระบวนการเกิดสิว ทำให้เกิดรอยดำและแผลเป็นหลุมสิวในภายหลังได้

ความรู้สึกขณะทำการรักษาเป็นอย่างไร?
Acnet Program เป็นทรีทเมนท์ที่ไม่น่ากลัว เพียงแต่ขณะทำการรักษาด้วยแสง IPL ทั้ง 420 และ 570 นั้น ผู้รับการรักษา
ต้องปิดตาด้วยแว่นหรือผ้าปิดตาเพื่อป้องกันแสงจ้า ขณะปิดตาจะเห็นแสงเป็นแสงจ้าสีแดงเป็นช่วงตามจังหวะการยิงแสง
การปิดตาเป็นการป้องกันแสงจ้าเข้าตา แสงจาก IPL ไม่เป็นอันตรายต่อผิวและสายตา ก่อนยิงแสง จำเป็นต้องทาเจลเย็น
บนผิวก่อนเพื่อทำให้รู้สึกสบายขึ้นขณะยิงแสง ส่วนการทำ RF จะรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบนผิว ขั้นตอนที่จะรู้สึกไม่สบายที่สุด
จะเป็นขั้นตอนการฉีดยาลดการอักเสบและสะกิดหัวสิวออก ส่วนขั้นตอนการ Mask Collagen เป็นขั้นตอนที่ผ่อนคลาย
ด้วยการนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและ Mask Collagen Gel

การรักษาสิวและทำหน้าใส ด้วย Acnet Program ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?
หลังการรักษาครั้งแรกก็จะเห็นได้ว่าผิวขาวใสขึ้น รอยดำและรอยแดงสิวจางลง แต่การรักษาสิวจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง
อย่างน้อย 2 เดือน จึงจะได้ผลดี

ระยะห่างระหว่างการทำการรักษาแต่ละครั้งนานแค่ไหน?
การรักษาสิวและรอยสิวด้วย Acnet Program สามารถทำได้ทุก 2-4 สัปดาห์ ถ้าสิวน้อยลงมากแล้วและการรักษา
เน้นไปที่รอยแดงและรอยดำ หรือทำหน้าขาวใส ก็สามารถเว้นระยะห่างได้ 4-5 สัปดาห์ต่อครั้ง

ผลข้างเคียงจากการทำการรักษาด้วย Acnet Program เป็นอย่างไร?
ปกติแล้วหลังทำ IPL เพื่อรักษารอยแดงและรอยดำ บริเวณที่ทำการรักษาจะเข้มขึ้นประมาณ 2-7 วันแล้วจะจางลง
ส่วนการสะกิดหัวสิวออกบางรอยอาจมีการอักเสบของผิวหนังเล็กน้อย
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Package สิวและรอย

Package สิวและรอย
Package รักษาสิวและรอยสิวคืออะไร?
Package รักษาสิวและรอยสิว เป็น package รักษาสิวแบบครบวงจร ในราคาประหยัด ใน package ประกอบไปด้วย
5 ขั้นตอนในการรักษาสิวและรอยสิว ได้แก่ IPL ลดเลือนรอยแดงและรอยดำจากสิว , Bluelight ลดเชื้อแบคทีเรีย
ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ , Treatment สำหรับลดการอุดตันของต่อมไขมัน , การฉีดยาลดการอักเสบของสิวและสะกิดหัวสิวออก
 
ผลที่ได้จากการรักษาด้วย Package รักษาสิวและรอยสิว

สิวอักเสบและสิวอุดตันลดลงเร็วกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว รอยแดงและรอยดำจากสิวจางลงอย่างเห็นได้ชัด
ลดการเกิดสิวและรอยใหม่ ลดความมันบนใบหน้าและหน้าสว่างใสขึ้น

IPL คืออะไร และรักษารอยแดงและรอยดำจากสิวได้อย่างไร?
IPL เป็นพลังงานแสงความเข้มสูง มีความสามารถในการรักษารอยแดงและรอยดำจากสิว


รอยแดงจากสิว 
เกิดจากเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากกว่าปกติ เนื่องจากสิวทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง กลไกของร่างกาย
จึงสร้างเส้นเลือดและส่งเลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติเพื่อช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่ได้รับบาดเจ็บ
เราจึงเห็นผิวบริเวณนั้นเป็นสีแดงเข้ม  IPL มีความสามารถในการกำจัดเส้นเลือดแดงฝอย เมื่อยิง IPL ลงบนรอยแดงสิว IPL
จะไปทำลายเส้นเลือดฝอยบริเวณนั้น ทำให้รอยแดงจางลงอย่างรวดเร็ว

รอยดำสิว 
เกิดขึ้นหลังกระบวนการอักเสบผ่านไป เนื่องจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติโดยสร้างเม็ดสีขึ้นมามากกว่าปกติ รอยดำ
จะอยู่บนผิวนาน 3-6 เดือน การยิง IPL ลงบนรอยดำ จะช่วยทำให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น เพราะ IPL จะไปทำลายเม็ดสี
ผิดปกติเหล่านี้ เมื่อเม็ดสีน้อยลงรอยดำจึงจางลง

Blue Light ฆ่าเชื้อสิวได้อย่างไร?
Blue Light เป็นลำแสงสีฟ้า มีความสามารถในการลดเชื้อแบคทีเรีย P.acne ซึ่ง P.acne เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ
การลดจำนวน P.acne จึงเป็นการลดการเกิดสิวอักเสบได้โดยตรง

Treatment สำหรับลดการอุดตันของต่อมไขมัน คืออะไร?
Treatment สำหรับลดการทำงานของต่อมไขมัน ได้แก่ Clear peel ซึ่งเป็น salisylic acid ช่วยทำให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว
สะสมเป็นชั้นหนาแน่นอยู่บนผิวชั้นบนหลุดลอกออกไป ลดการอุดตันของไขมันในรูขุมขน จึงลดการเกิดสิวได้ เพราะสิวเกิด
จากไขมันอุดตันในรูขุมขน

การฉีดลดการอักเสบของสิวและการสะกิดหัวสิวออก
การฉีดยาลดการอักเสบของสิวนั้นจะเลือกทำเฉพาะสิวอักเสบเท่านั้น สิวอักเสบจะยุบตัวลงเห็นได้ชัดในวันถัดไป ส่วนการ
สะกิดหัวสิวออกจะเลือกทำเฉพาะสิวที่สามารถเห็นหัวสิวลอยขึ้นมาด้านบนชัดเจน หลังสะกิดเอาหัวสิวออกสิวจะยุบลงทันที

ระหว่างการรักษาแต่ละครั้งนานแค่ไหน?
ระยะห่างระหว่างการรักษาสิวและรอยสิวแต่ละครั้งขึ้นกับความรุนแรงของสิว ส่วนใหญ่แพทย์จะนัดทุก 1-2 สัปดาห์
และควรรักษาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Package รักษาสิวและรอยสิว?
ผู้ที่มีสิวอักเสบ สิวอุดตัน รอยแดง รอยดำจากสิวอักเสบหรือจากการแกะสิว ต้องการรักษาสิวและรักษารอยจากสิวไปพร้อมๆ กัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Fractional CO2

Fractional CO2
Fractional CO2 คืออะไร?
Fractional CO2 เป็นเลเซอร์เปลี่ยนผิวใหม่โดยการกำจัดผิวเดิมออกด้วยลำแสงเลเซอร์ขนาดจิ๋วที่มีระบบ Scanner
ทำให้มีความแม่นยำสูงในการปล่อยพลังงานลงไปได้ลึกถึงระดับที่ต้องการ สามารถเลือกบริเวณที่ทำการรักษาได้
เฉพาะเจาะจง ไม่จำเป็นต้องฉีดยาชาเพราะไม่เจ็บปวดรุนแรง ระยะที่มีอาการบวมแดงสั้นเพียง 2-4 วัน หลังการเปลี่ยนผิว
ใหม่ ผิวจะเรียบเนียน นุ่ม และใสขึ้น รอยดำจางลง รอยแดงลดลง รูขุมขนกระชับ แผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้น ริ้วรอยจางลง
สุขภาพผิวดีขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม การรักษาเพียง 1-2 ครั้งผลการรักษาอยู่ได้นานกว่า 1 ปี

 
Fractional CO2 ทำงานอย่างไร?
Fractional CO2 ทำงานอย่างไร?
การเสื่อมสภาพของผิวโดยธรรมชาติ เกิดขึ้นจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ Collagen เสื่อมสภาพ ซึ่ง Collagen เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญที่ทำให้ผิวดูเอิบอิ่มและปราศจากริ้วรอย การเปลี่ยนผิวใหม่ด้วยเลเซอร์ Fractional CO2 Smart xide ทำงานโดยการการยิงลำแสงที่มีขนาดเล็กมากๆ เข้าไปในผิว ทำให้เกิดรูเล็กๆ ขึ้นในผิว กระตุ้นให้ผิวสร้าง Collagen ใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความร้อนจากการทำ Fractional CO2 จะไม่ทำให้เกิดการไหม้ของผิวชั้นบน เนื่องจากพื้นผิวหน้าจะมีความเรียบไม่สม่ำเสมอ บางบริเวณจะมีรอยนูนแต่บางบริเวณจะมีรอยยุบตัวของผิว ทำให้พลังงานเลเซอร์ลงลึกแตกต่างกันผลการรักษาจึงไม่ดีเท่าที่ควร แต่ระบบ Scanner ของ Smart xide จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ เพราะตัวสแกนจะจับระดึกความตื้นลึกของผิวบริเวณที่ทำการรักษา แล้วจึงสามารถกำหนดระดับความลึกของเลเซอร์ให้พอดีกับทั้งผิวนูนและผิวที่เป็นหลุม ผลการรักษาจึงได้ประสิทธิภาพมากและเห็นผลชัดเจน

บริเวณที่เหมาะกับการทำ Fractional CO2
- ริ้วรอยเล็กรอบดวงตา รอบปาก
- รอยร่องลึกที่แก้มและหน้าผาก
- บริเวณที่เป็นสิว
- Rosacea
- บริเวณที่มีแผลเป็นหลุมสิว
- บริเวณที่มีเม็ดสีผิดปกติ
- ทั่วใบหน้า ลำคอ เข่า ข้อศอก มือ แขน

การทำการรักษาด้วย Fractional CO2 ต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง?
การทำการรักษาด้วย Fractional CO2 จำนวนครั้งในการรักษาตั้งแต่ 1-4 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานที่ใช้ในการรักษาแต่ละครั้ง

เมื่อไรจึงจะเห็นผล?
การเปลี่ยนแปลงของผิวบริเวณใต้ตา สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนการรักษาแผลเป็นหลุมสิวนั้นต้องทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง 
ผลการรักษาโดยทั่วไปจะเห็นผลสูงสุดหลังการรักษาประมาณ 3-6 เดือน

การรักษาด้วย Fractional CO2 เจ็บหรือไม่?
ขณะทำการรักษาด้วย Fractional CO2 จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา

ผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำ Fractional CO2 มีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำ Fractional CO2 ตามปกติแล้วจะมีอาการแดงเล็กน้อยประมาณ 2 วัน และมีสะเก็ดเล็กๆ บนผิวประมาณ 5-7 วัน

ผลที่ได้จากการทำการรักษาด้วย Fractional CO2 
- ริ้วรอยจางลง
- รูขุมขนกระชับ
- ฝ้าจางลง
- รอยแดงจางลง
- สิวลดลง
- รอยแผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้น
- รอยดำและรอยแดงจากสิวจางลง
- กระและรอยดำบนผิวจางลง
- รอยคล้ำใต้ตาจางลง
- ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม ผิวสุขภาพดีขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Body Tite

Body Tite
Body Tite คืออะไร? 
Body Tite เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของการสลายไขมัน จากประเทศอิสราเอล  โดยอาศัยเทคโนโลยี  RFAL TM ( Radio – Frequency Assisted Liposuction ) ในการดูดไขมัน  

Body Tite  สามารถกำจัดไขมันส่วนใดได้บ้าง?
สามารถกำจัดไขมันได้หลายจุด เช่น  ท้อง , สะโพก , ก้น ,หลัง , ต้นขา , เข่า , ต้นแขน , คอ , สีข้างและหน้าอก เป็นต้น 


 
จุดเด่นของการสลายไขมันด้วย Body Tite 
จุดเด่นของการสลายไขมันด้วย Body Tite 
- เทคโนโลยี  RFAL TM สามารถทำงานได้รวดเร็ว ไขมันที่ดูดออกมามีเลือดปนน้อยมากๆ  เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี อื่นๆ เพราะสามารถ  Coagulation  (ห้ามเลือดไปด้วยขณะทำ    เพื่อลดการสูญเสียเลือด)
- ไขมันบริเวณที่ถูกทำลายจะสลายเป็นน้ำมันอย่างรวดเร็ว และถูกดูดออกมาอย่างง่ายดายโดยผ่านท่อขนาดเล็ก
- ช่วยกระตุ้น  Collagen  ในชั้นใต้ผิวทำให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษายกกระชับ เรียบเนียน และตึงขึ้น ในคราวเดียวกัน
- เห็นผลทันทีหลังการรักษา

Body Tite สลายไขมันได้อย่างไร 
เทคโนโลยี  RFAL TM ( Radio – Frequency Assisted Liposuction ) คือ การใช้คลื่นความถี่วิทยุ ( Radio frequency )  ชนิด Bipolar พลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุนี้ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่เนื้อเยื่อผิว  อุณหภูมิของผิว บริเวณที่ทำการรักษาจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 45 °C โดยเครื่องสามารถปรับตั้งค่า Cut-Off   ได้ตั้งแต่  35 °C – 45 °C   และบริเวณด้ามจับจะมี Temperature  Sensor สำหรับวัดอุณหภูมิที่ผิว ( เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดความร้อนมากเกินไปที่เนื้อเยื่อ ) วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น โดยเซลล์ไขมันบริเวณที่ถูกทำลายจะสลายเป็นน้ำมัน ( melt  fat ) อย่างรวดเร็ว และถูกดูดออกมาอย่างง่ายดายโดยผ่านท่อขนาดเล็ก อาจจะมีไขมันส่วนเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ ภายใน  แต่ก็จะถูกกำจัดออกจากร่างกายตามกระบวนการทางธรรมชาติ  ทำให้ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งเวลาน้อยมาก   นอกจากนี้แล้ว  RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน , การหดตัวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อชั้นบางๆ ที่อยู่ในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังทั้งหมดกระชับขึ้นมาก จนส่งผลให้เกิดการยกตัวขึ้น  หลังจากทำการรักษา 

Body Tite  สามารถกำจัดไขมันส่วนใดได้บ้าง?
สามารถกำจัดไขมันได้หลายจุด เช่น  ท้อง , สะโพก , ก้น ,หลัง , ต้นขา , เข่า , ต้นแขน , คอ , สีข้างและหน้าอก เป็นต้น 

ผลข้างเคียงจากการทำการรักษาด้วย Body Tite?
ด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่ล่าสุดนี้เอง  ทำให้ระบบหลอดเลือด , ระบบเซลล์ประสาท และเนื้อเยื่อข้างเคียงเกิดความเสียหายน้อยลง ลดปัญหาและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทั้งขณะทำการรักษา  หลังทำการรักษา ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ จะเห็นได้ว่า เครื่อง Body Tite  มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากเครื่อง Liposuction รุ่นก่อนๆ  จึงเป็นทางเลือกใหม่  เพื่อลดผลข้างเคียง จากการดูดไขมันด้วยวิธีแบบเดิม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Carboxy

Carboxy
Carboxy คืออะไร?
Carboxy เป็นวิธีการรักษา Cellulite แบบใหม่ ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นไขมันโดยเข็มขนาดเล็กมากๆ
เพื่อเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมัน เพิ่มการไหลเวียนเลือด และระบายของเสียในเซลล์ออกสู่ระบบน้ำเหลือง 

 
ผลที่ได้จากการรักษาด้วย Carboxy มีอะไรบ้าง?

รอยแตกลายลดลง ผิวเปลือกส้มลดลง ผิวเรียบขึ้นไม่ขรุขระ ผิวกระชับขึ้น การสะสมของไขมันลดลง

Carboxy ทำงานอย่างไร?
การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเข้าไปทำลายเซลล์ไขมัน
และทำให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว มีการไหลเวียนเพิ่มขึ้น เซลล์ไขมันจึงได้รับออกซิเจนมากขึ้น การขับถ่ายของเสีย
ออกจากเซลล์ไขมันทำได้มากขึ้นด้วย การเกิดเซลลูไลท์จึงลดลง เซลล์ไขมันลดจำนวนลง รอยแตกลายจางลง
และทำให้ผิวกระชับขึ้นในระยะยาว

การทำการรักษาด้วย Carboxy เจ็บแค่ไหน?
ก่อนการรักษาด้วย Carboxy ควรทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที เพื่อลดความรู้สึกขณะแทงเข็ม
ขณะที่เดินก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ผิว จะรู้สึกปวดแสบบ้างเล็กน้อย ผิวจะรู้สึกอุ่นๆ อยู่ประมาณ 10-20 นาที

หลังการฉีด Carboxy ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลังหารฉีด Carboxy ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำหรือว่ายน้ำประมาณ 4 ชั่วโมง การควบคุมปริมาณอาหาร
และการออกกำลังกายยังควรปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ต้องทำการรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
การทำการรักษาด้วย Carboxy ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ควรทำการรักษาต่อเนื่อง
15-20 ครั้ง หลังการรักษาครั้งที่ 5 จะเริ่มเห็นได้ว่าผิวเรียบขึ้น หลังการรักษาครั้งที่ 10 จะรู้สึกได้ว่าผิวกระชับขึ้นด้วย
หลังการรักษาครั้งที่ 15 จะเห็นได้ว่ารอยแตกลายลดลง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Cool Lipo

Cool Lipo
คูลไลโป (เลเซอร์ช่วยสลายไขมัน)
เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยทำให้ไขมันกลายเป็นของเหลวง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย ด้วยการใช้เลเซอร์
ทำลายเซลล์ไขมันและกำจัดออกไป บริเวณที่นิยมทำ คูลไลโป ได้แก่ ใต้คาง คอ ขอบหน้า ต้นขา เอว หน้าท้อง ท้องแขน
นอกจากคูลไลโปจะใช้กำจัดไขมันส่วนเกินแล้วยังสามารถทำให้ผิวกระชับขึ้นได้ด้วย จึงลดปัญหาผิวหย่อนหลัง
ทำศัลยกรรมดูดไขมันได้

*เข้ารับบริการที่สาขานวมินทร์ อเวนิว ซิตี้
ข้อดีของคูลไลโป

- สามารถกำจัดไขมันในบริเวณได้อย่างนุ่มนวล
- สามารถทำได้แม้ในบริเวณที่ยากต่อการดูดไขมัน
- ผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำศัลยกรรมดึงหน้า
- ในบางบริเวณไม่ต้องวางยาสลบใช้เพียงแค่ฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่ทำก็เพียงพอ
- ขั้นตอนการทำการรักษาไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ในคลินิก ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล
- ผลข้างเคียงน้อยมาก มีอาการบวมช้ำเล็กน้อย
- ระยะพักฟื้นสั้น

คูลไลโปคืออะไร?
คูลไลโปเป็นการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามาช่วยสลายไขมันทำให้การดูดไขมันทำได้ง่าย และยังช่วยทำให้ผิวกระชับขึ้นด้วย
สามารถใช้รักษาในบริเวณ ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยหลังการดูดไขมันแบบเดิมได้

คูลไลโปเป็นการทำศัลยกรรมขนาดเล็กๆ ใช่หรือไม่?
คูลไลโปเป็นการทำศัลยกรรมเล็กๆ จะมีแผลเปิดเฉพาะที่ชั้นผิวหนังประมาณ 1 ซม. เพื่อให้สามารถสอดเลเซอร์
เข้าไปในชั้นไขมันได้ และเลเซอร์เอง จะทำงานเฉพาะบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ไม่ลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ
แผลหลังผ่าตัดจึงเป็นเหมือนรอยขีดเล็กๆ ธรรมดาบนผิวเท่านั้น

คูลไลโป ทำงานอย่างไร?
แพทย์จะสอดเส้นใยเลเซอร์เข้าไปใต้ผิวหนัง เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังแล้วตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสม
ในการทำลายเซลล์ไขมัน แพทย์จะเลื่อนเส้นใยเลเซอร์ไปจนทั่วบริเวณที่เป็นไขมันส่วนเกิน พลังงานจากเลเซอร์
จะทำลายเซลล์ไขมันทำให้เซลล์ไขมันตาย และไขมันจะนิ่มตัวลงกลายเป็นของเหลวทำให้ง่ายต่อการดูดออก
โดยไม่ต้องกระทุ้ง อาการบวมช้ำหลังการรักษาจึงมีน้อยกว่าการดูดไขมันแบบเดิม ไขมันที่ถูกดูดออกมาไม่หมด
ขณะทำการรักษาจะถูกขับออกมาทางระบบน้ำเหลืองอีกทีหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วพลังงานจากเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น ซึ่งจะทำให้ผิวกระชับขึ้นได้ในระยะยาวหลังการรักษา

การทำคูลไลโปจำเป็นต้องวางยาสลบหรือไม่?
การทำคูลไลโป ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ เพียงแค่ฉีดยาเฉพาะบริเวณที่ทำการรักษาก็เพียงพอ แต่แพทย์บางท่าน
อาจเลือกใช้ยาสลบในกรณี ที่พื้นที่ทำการรักษาค่อนข้างใหญ่ เช่น บริเวณหน้าท้อง

จะรู้สึกเจ็บหรือไม่?
แพทย์จะฉีดยาชาเข้าไปบริเวณที่จะทำการรักษาก่อนทำการเปิดผิวและสอดเส้นใยเลเซอร์เข้าใต้ผิวหนัง จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
ขณะที่ฉีดยาชา เพราะเข็มที่ใช้ฉีดยาชาจะเป็นเข็มยาวที่มีขนาดเล็กมาก ขณะทำการรักษาในบริเวณใหญ่ๆ อาจรู้สึกเจ็บบ้าง
เล็กน้อย และจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดขณะที่แพทย์ทำการขยับเลื่อนเส้นใยเลเซอร์

ขั้นตอนการรักษาใช้เวลานานแค่ไหน?
ขั้นตอนการรักษาจะใช้เวลานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดบริเวณที่ทำการรักษาและปริมาณไขมันส่วนเกิน โดยทั่วไปแล้ว
ใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง

ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?
ถ้าหากว่าผู้รับการรักษาต้องกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้นหลังการรักษาก็สามารถไปทำงานได้ แต่หลังงการรักษาผู้รับการรักษา
จำเป็นต้องสวมหรือพันผ้ายืดเพื่อพยุงรัดบริเวณที่ทำการรักษาไว้ประมาณ 1-4 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นตามความเห็น
ของแพทย์ที่ทำการรักษา

จะมีอาการบวมหรือรอยช้ำนานแค่ไหน?
รอยช้ำหรือลอยจ้ำเลือดสามารถพบได้เล็กน้อย ส่วนอาการบวมจะลดลงได้ใน 1-7 วัน

นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
ผู้รับการรักษาหลายรายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังการรักษาในเรื่องของการกำจัดไขมันส่วนเกิน ส่วนการกระชับผิว
นั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน หลังการรักษาประมาณ 6 เดือน

สามารถทำการรักษาซ้ำในบริเวณเดิมที่เคยทำการรักษาได้หรือไม่?
คุณสามารถทำการรักษาซ้ำได้ในบริเวณเดิมถ้าต้องการหรือจำเป็น

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Hair Removal Laser/ Light

Hair Removal Laser/ Light
Light Sheer คืออะไร?
Light Sheer เป็น Diode Laser ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับกำจัดขนทุกบริเวณบนร่างกาย ได้แก่ รักแร้ บิกินี่ หน้าแข้ง
หนวด เครา หน้าอกแผ่นหลังและขา Light Sheer เป็นเลเซอร์กำจัดขนที่มีประสิทธิภาพ สามารถกำจัดขนได้ละเอียดถี่ถ้วน
และรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในการกำจัดขนรักแร้
 

ชื่อบริการ เครื่อง Suprano, DSL

ราคาปกติ / บาท

3 แถม 2 (ครั้ง) / บาท

1. หนวด หรือคาง

2,000

6,000

2. รักแร้

5,000

15,000

3. ขอบบิกินี่

8,000

24,000

4. เครา และคาง

10,000

30,000

5. บิกินี่ทั้งหมด

10,000

30,000

6. เลือกได้ 1 บริเวณ จากหน้าแข้ง 2 ข้าง หรือทั้งแขน 2 ข้าง

10,000

30,000

7. เลือกได้ 1 บริเวณอก หรือ ไหล่

10,000

30,000

8. ทั้งขา

20,000

60,000

9. ทั้งขาบน-ล่าง หรือหลังช่วงบน-ล่าง

20,000

60,000

 
 
ชื่อบริการ เครื่อง IPL ราคาปกติ / บาท 4 แถม 1 (ครั้ง) / บาท 8 แถม 3 (ครั้ง) / บาท 10 แถม 5 (ครั้ง) / บาท

1. หนวด หรือคาง

1,500 6,000 12,000 15,000
2. เครา และคาง 2,000 8,000 16,000 20,000
3. รักแร้ 2,000 8,000 16,000 20,000
4. ขอบบิกินี่ 4,000 16,000 32,000 40,000
5. บิกินี่ทั้งหมด 6,000 24,000 48,000 60,000
Light Sheer กำจัดขนต่างจาก IPL , การ wax ขน และการจี้ด้วยไฟฟ้าอย่างไร?

- จำนวนขนที่ลดลงเทียบกันครั้งต่อครั้ง Light Sheer จะทำให้จำนวนขนลดลงได้มากกว่า IPL
- การกำจัดขนด้วย Light Sheer ใช้เวลาต่อครั้งน้อยกว่าการจี้ด้วยไฟฟ้า
- การกำจัดขนด้วยการ WAX ขน จะทิ้งรอยแดงบนผิวไว้นานกว่าการกำจัดขนด้วย Light Sheer

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
การกำจัดขนด้วย Light Sheer ควรทำประมาณ 4 -7 ครั้ง ผลการรักษาจะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน

เมื่อหยุดการรักษาขนที่ขึ้นมาใหม่จะใหญ่และแข็งกว่าเดิม หรือเพิ่มจำนวนมากขึ้นหรือไม่?
เมื่อสิ้นสุดการรักษาจำนวนขนจะลดลงไปประมาณ 80-90% ส่วนขนที่เหลือจะมีเส้นเล็กบางมากและมีสีอ่อน


คนผิวคล้ำกำจัดขนด้วย Light Sheer ได้หรือเปล่า?
เนื่องจาก Light Sheer เป็น Diode Laser ซึ่งทำงานโดยตรงกับผิวชั้นลึกที่เป็นที่อยู่ของรากขนโดยไม่รบกวนผิวชั้นบน
และยังมีระบบให้ความเย็นบนผิว จึงสามารถกำจัดขนได้ทั้งในคนผิวขาวและผิวคล้ำแบบเอเซีย

ความรู้สึกขณะทำการรักษาเป็นอย่างไร?
การกำจัดขนด้วย Light Sheer นั้นจำเป็นต้องโกนขนก่อนทำการรักษา และต้องทายาชาทิ้งไว้บนผิวประมาณ 20-60 นาที
เพื่อลดความรู้สึกเจ็บร้อนในผิว บริเวณที่มีจำนวนเส้นขนหนาแน่น หรือเส้นขนขนาดใหญ่และมีสีเข้ม จะรู้สึกเจ็บร้อนมากกว่า
บริเวณอื่น เมื่อจบการรักษาบางบริเวณจะรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบนผิวประมาณ 10 นาที อาจพบตุ่มแดงเล็กๆ ที่รูขุมขน
หลังทายาลดการระคายเคือง ผิวจะเป็นปกติใน10-40 นาที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Liposonix

Liposonix
Liposonix คืออะไร? 
Liposonix คือ ชื่อเทคโนโลยีกำจัดไขมันใหม่ล่าสุด พลิกโฉมการลดสัดส่วนครั้งสำคัญในวงการแพทย์
และกำลังได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา  และได้รับการรับรองจาก US FDA ฉะนั้นจึงเชื่อมั่นได้ถึงผลลัพธ์และความปลอดภัย 

 
กระบวนการทำงานของ Liposonix

Liposoxin กำจัดไขมันพร้อมกระชับสัดส่วนด้วยพลังงานอัลตร้าซาวด์ชนิดเข้มข้น HIFU (High Intensity Focus Ultrasound)  
ที่สามารถส่งพลังงานเจาะจงเป้าหมาย ลงไปในระดับลึกของชั้นไขมันโดยไม่ทำลายผิวชั้นบนหรือเนื้อเยื่อโดยรอบ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น

หลักการทำงานของ Liposoxin
Liposoxin สามารถลงลึกเข้าถึงใต้ชั้นผิวหนังได้ 1-2 ซม. ซึ่งเป็นชั้นของไขมันส่วนเกินที่ทำให้สัดส่วนดูไม่สวยงาม
โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวชั้นบน และเนื้อเยื่อโดยรอบตัวพลังงานอัลตราซาวด์ที่เข้มข้น และเฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายนี้
จะช่วยทำลายผนังเซลล์ของไขมันและหลอมละลาย ไขมัน ไขมันที่ถูกทำลายจะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนของร่างกาย
และขับออกเป็นของ เสียในที่สุด 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการทำ Liposoxin
การรักษา 1 ครั้ง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง สามารถลดสัดส่วนได้ 1 size (เสื้อผ้า) 1 – 2 นิ้ว (2-5 ซม) บางรายได้สูงถึง 7ซ.ม.
(ผลการรักษาแตกต่างในแต่ละบุคคล) 

หลังการรักษาทันทีด้วยเครื่อง Liposonix
หลังการรักษา ในบางรายอาจมีผิวแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จะหายไปเองภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง และคุณสามารถดำเนินชีวิต
ประจำวันได้ตามปกติ 
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Tri Active

Tri Active
TriActive เทคโนโลยีเพื่อการกระชับผิว ลดสัดส่วนและเซลลูไลท์

TriActive คืออะไร

TriActive เป็นเครื่องมือที่รวมเอาพลังงานจากเลเซอร์ Diode Laser , เครื่องนวดสูญญากาศ Vacuum Massage
และระบบปล่อยความเย็น Localizer refrigeration รวมไว้ในเครื่องเดียวกันเพื่อการกำจัดเซลลูไลท์อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน
 
TriActive ทำงานอย่างไร ?

ระบบนวดสูญญากาศ Vacuum Massage จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบน้ำเหลือง ทำให้การกำจัดของเสีย
ออกจากเซลล์ได้มากขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือดจึงทำให้เซลล์ได้รับสารอาหารมากขึ้น เมื่อเซลล์ได้รับสารอาหารมากขึ้น
และการคั่งของของเสียในเซลล์ไขมันลดลง ภาวะเซลลูไลท์จึงลดลง Diode Laser ทำให้เกิดการสร้าง Collagen ใหม่
ใต้ผิวหนัง จึงทำให้ผิวตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นของผิวมากขึ้น ระบบความเย็น Localizer refrigeration
จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บหรือร้อนขณะทำการรักษา และลดอาการบวมได้

เมื่อไรจึงจะเห็นผล ?
การทำการรักษา Cellulite ด้วย TriActive จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในการรักษาครั้งที่ 10-15 ผิวจะเรียบเนียนขึ้น
ผิวเปลือกส้มลดลง

ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
การทำการรักษา Cellulite ด้วย TriActive ควรทำการรักษาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 7 สัปดาห์

ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย TriActive เป็นอย่างไร?
ขณะทำการรักษาผู้รับการรักษาจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บร้อนจากเลเซอร์ เนื่องจาก TriActive มีระบบให้ความเย็นกับผิว
เข้ามาช่วยลดความรู้สึกไม่สบายจากเลเซอร์ลงได้ และระบบนวดสูญญากาศของ TriActive ยังให้ความรู้สึกสบาย
เป็นการนวดที่มีจังหวะนุ่มนวลไม่รุนแรงจนทำให้เกิดความเจ็บปวด รู้สึกผ่อนคลายตลอดการรักษาด้วย TriActive

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำการรักษาด้วย TriActive
- ผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลท์
- ผู้ที่ต้องการลดปัญหาผิวไม่เรียบเนียนหลังการดูดไขมัน
- ผู้ที่ต้องการลดปัญหาผิวไม่กระชับหลังการดูดไขมัน
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

CLATUU

CLATUU

CLATUU คืออะไร
นวัตกรรมการลดไขมันด้วยความเย็นแบบ 360 องศา ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
 
CLATUU  สามารถกำจัดไขมันส่วนใดได้บ้าง
บริเวณที่สามารถกำจัดไขมันด้วย CLATUU ได้แก่ ต้นแขน บราไลน์ หน้าท้อง แผ่นหลัง บริเวณข้างลำตัว (love handle) และต้นขา
จุดเด่นของการสลายไขมันด้วย CLATUU
จุดเด่นของการสลายไขมันด้วย CLATUU
  • ไม่มีแผลเพราะเป็น Non Invasive Lipolysis
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • สามารถรับบริการ 2 จุดในเวลาเดียวกัน
  • ให้พลังงานความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงได้ถึง -9°c และสามารถปล่อยความเย็นได้360° ทำให้การสลายของไขมันกระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องเสียเวลามารับบริการบ่อยๆ
  • เซลล์ไขมันสามารถลดลงได้ถึง 20-25% จากการรับบริการในแต่ละครั้ง โดยเซลล์ไขมันดังกล่าวจะถูกกำจัดออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง ทำให้ไม่สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก
  • ระหว่างรับบริการสามารถพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่น Social mediaได้
  • มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • สามารถทำซ้ำในตำแหน่งเดิมที่ยังมีไขมันสะสมได้ แต่ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือน
 
CLATUU สลายไขมันได้อย่างไร
การรักษาด้วยวิธีการ Cryolipolysis เริ่มต้นโดยการให้ความเย็นในปริมาณที่เหมาะสมแก่เซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง และรักษาระดับความเย็นนั้นไว้ระยะหนึ่งจนเซลล์ไขมันแข็งตัว หลังจากการนั้นประมาณ 3 วัน เซลล์ไขมันจะเริ่มเกิดกระบวนการ apoptosis และภายใน 14 วัน ระบบน้ำเหลืองจะเริ่มกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว ออกจากร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไขมันไม่สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อีก มีผลให้จำนวนเซลล์ไขมันลดลงและชั้นไขมันบางลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผลการรักษาจะเริ่มชัดเจนในสัปดาห์ที่ 6 และดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนถึง 2 -4 เดือน
 
ผู้ที่เหมาะกับ CLATUU
ผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันใต้ผิวหนัง, กำจัดส่วนเกิน, กระชับสัดส่วน
 
ขั้นตอนในการรับบริการ CLATUU
1. วัดขนาดและไขมันส่วนเกินบริเวณที่ต้องการรับบริการ
2. มาร์คจุดที่มีปัญหาที่ต้องการรับบริการ
4. วางแผ่นเจลให้คลุมบริเวณที่จะทำ
5. วาง hand-piece ลงบนบริเวณที่จะทำ
6. ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที แล้วแต่ปัญหาในบริเวณที่จะทำ
7. หลังครบเวลา ทำการนวดบริเวณนั้นประมาณ 5 นาที

ความรู้สึกขณะรับบริการ CLATUU
ขณะทำจะรู้สึกมีความเย็นลงไปที่ผิวหนังพร้อมกับคล้ายถูกหยิกหรือบิดแรงๆ ในช่วง 10 –15 นาทีแรก แล้วจะค่อยๆ ทุเลาลงจนไม่รู้สึกเจ็บ
 
วิธีปฏิบัติตัวก่อนและหลังรับบริการ
ก่อนรับบริการ
• วันก่อนรับบริการ ควรดื่มน้ำมากๆ (มากกว่า 2 ลิตรต่อวัน)
• ทาโลชั่นบริเวณที่จะทำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
หลังรับบริการ
• นวดผิวหนังก้อนไขมันบริเวณที่ทำให้คลายตัว
• ดื่มน้ำมากๆ
• ออกกำลังกายเบาๆ
• หากมีอาการช้ำ ให้ทายาลดอาการช้ำ ทาโลชั่นเพื่อลดการระคายเคือง
• ไม่ควรใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของวิตามินซี หรือ whitening
• ไม่ควรเกาบริเวณที่ทำ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Q-Switch/Medllite

Q-Switch/Medllite
Medlite คืออะไร?
Medlite เป็น Q-switch ND : Yag laser มีความยาวคลื่น 1064 nm และ 532 nm
Medlite ใช้ในการรักษา กระลึก ปานดำ ลบรอยสัก

Medlite ลบรอยสัก ได้อย่างไร?

เลเซอร์ลบรอยสักได้ โดยการปล่อยพลังงานความร้อนออกมาเพื่อระเบิดเม็ดสีของหมึกที่ใช้สักให้แตกตัวออกเป็นอนู
ขนาดเล็กมากๆ เม็ดสีที่แตกตัวออกจากกันจะหลุดจากผิว และจะถูกขับออกมาเป็นของเสียทางระบบน้ำเหลือง

Medlite สามารถลบรอยสักได้ทุกสีใช่หรือไม่?
ปัจจุบันเลเซอร์สามารถลบรอยสักได้หลายสี แต่ยากง่ายต่างกันตามสีที่สักและชนิดของหมึกที่ใช้สัก สีที่ลบยากได้แก่สีเหลือง
เขียวและฟ้า สีที่ลบง่ายได้แก่ สีแดงและดำ  Q-switched Nd : YAG ที่ความยาวคลื่น 1064 nm ใช้ลบรอยสักสีดำ
สีน้ำเงินและ 532 nm ใช้ลบรอยสักสีแดง

การลบรอยสักด้วย Medlite ต้องทำกี่ครั้ง?
การลบรอยสักด้วยเลเซอร์จำเป็นต้องทำซ้ำหลายครั้ง (มากกว่า 3 ครั้ง) ขึ้นกับชนิดของสีที่สัก และระยะเวลาที่สัก
การยิงเลเซอร์เพื่อทำลายเม็ดสีของหมึกนั้น จะทำที่บริเวณผิวชั้นบน ดังนั้นเม็ดสีที่อยู่บริเวณผิวชั้นบนจะถูกทำลายได้ก่อน
แต่เม็ดสีของหมึกส่วนหนึ่งยังมีอยู่ในชั้นหนังแท้และบางครั้งก็อยู่ลึกมาก จึงจำเป็นต้องทำการรักษาซ้ำหลายครั้ง
และต้องรอเวลาให้ร่างกายซ่อมสร้างผิวที่บาดเจ็บขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์พร้อมกับการขับเม็ดสีที่ถูกทำลายไป
แล้วออกจากร่างกายให้หมด ก่อนจะทำการรักษาในครั้งต่อไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ สีที่ง่ายที่สุด
ในการลบรอยสักคือสีดำ ซึ่งจะใช้จำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับการรักษารอยสัก
สีเหลืองที่ตอบสนองต่อการรักษาน้อยมากจึงใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่า 7 ครั้ง

กระลึกต้องรักษากี่ครั้ง?
สำหรับกระลึกหลังทำการรักษา สีของกระจะเข้มกว่าเดิมอยู่ประมาณ 3-6 เดือน แล้วค่อยๆ จางลง การยิงซ้ำครั้งที่ 2
จะทำหลังจาก 6 เดือน การทายาร่วมด้วยจะทำให้รอยดำจางลงเร็วขึ้น จะต้องยิงกี่ครั้งนั้นแพทย์จะดูจากผลการรักษา
ครั้งแรกหลังจากผ่านไป 6 เดือน และจะพิจารณาว่าจะทำการรักษาซ้ำหรือไม่

ความรู้สึกขณะทำการรักษาด้วย Medlite เป็นอย่างไร?
ก่อนทำการรักษา จำเป็นต้องทายาชาทิ้งไว้ก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง ขณะทำการรักษาผู้รับการรักษาจะรู้สึกเจ็บร้อนบ้าง
บางบริเวณ และมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยบนผิวบริเวณที่ทำการรักษา เนื่องจากลักษณะของแผล เป็นแผลเปิดจึงจำเป็น
ต้องทาขี้ผึ้งยาฆ่าเชื้อ (antibiotic ointment) แล้วปิดทับด้วยผ้ากอส ในวันแรกของการรักษา และยังคงต้องทาขี้ผึ้ง
ฆ่าเชื้อต่ออีก 7 วัน

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Medlite เป็นอย่างไร?
หลังทำการรักษา ผู้รับการรักษาจะรู้สึกแสบร้อนบนผิวอยู่ประมาณ 30-60 นาที และเมื่อแผลหายดีแล้ว
ผิวบริเวณที่ทำการรักษาจะเป็นสีขาวอยู่หลายเดือน
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

CO2 Laser

CO2 Laser
CO2 Laser คืออะไร?
เป็น คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ ใช้สำหรับกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หูด สิวหิน CO2 Laser มีความละเอียด
ในการทำงานสูงมาก จึงสามารถเลือกตัดเฉพาะเนื้อเยื่อที่ต้องการโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่อโดยรอบ
ไม่มีเลือดออกและไม่ต้องเย็บแผล ต่างจากการผ่าตัดด้วยมีดซึ่งจะมีเลือดออกและสร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อรอบข้าง

หลังตัดไฝด้วย CO2 Laser แล้วจะเป็นแผลเป็นหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้วแผลที่เกิดจาก คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ปากแผลจะเรียบและมีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิดแผลเป็น

ตอนทำการรักษาจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน?
ก่อนทำการรักษา จำเป็นต้องทายาชาก่อน แต่ถ้าบริเวณต้องการรักษามีขนาดใหญ่จำเป็นต้องฉีดยาชา ขณะทำการรักษา
ผู้รับการรักษาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย

ต้องทำกี่ครั้ง? 
อาจทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง โดยปกติจะทำเพียงครั้งเดียวก็หาย แต่หากเป็นกรณีไฝที่มีรากลึก เพราะถ้าจะตัด
เอารากออกในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ จึงอาจทยอยตัดเพื่อเลี่ยงการเกิดแผลเป็นจึงต้องทำซ้ำหลายครั้ง
แต่ถ้าเป็นกระเนื้อจะหลุดออกหมดภายในครั้งแรกที่ทำการรักษา

ต้องพักฟื้นหลังทำการรักษาหรือไม่?
หลังทำการรักษา ควรเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณแผลประมาณ 24 ชั่วโมง และต้องทาขี้ผึ้งฆ่าเชื้อ จนครบ 7 วัน
สะเก็ดแผลจะหลุดออกเห็นเป็นผิวสีชมพูอยู่ไม่กี่วัน ก็จะหายเป็นปกติ

ผลหลังทำการรักษาเป็นอย่างไร?
เม็ดของไฝและขี้แมลงจะหายไป ผิวบริเวณที่เป็นกระเนื้อ ติ่งเนื้อ หรือหูดจะเรียบเนียนเป็นปกติ
ส่วนแผลเปิดเพื่อรักษาสิวหินผิวจะปกติใน 7 วัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

e-Prime

e-Prime
e-Prime คืออะไร
ePrime เป็นนวัตกรรมใหม่ในการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ผิวตึงกระชับ เพิ่มการสร้างคอลลาเจน
เพิ่มเส้นใยอิลาสติน และไฮยาลูโลนิก แอซิด ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น  และความหย่อนคล้อยลดลง 

 
e-Prime ทำงานอย่างไร

ทำงานโดยปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ลงสู่ผิวชั้นลึกโดยตรง ทำให้ผิวหนังมีอุณหภูมิคงที่อยู่ในจุดที่จะกระตุ้น
ให้เกิดการสร้างคอลลาเจน อิสาสติน และไอยาลูโลนิกแอซิด นอกจากนี้ยังมีระบบทำความเย็นที่จะช่วยปกป้องผิวด้านบน
ในขณะที่ทำการรักษา ทำให้พลังงานส่วนใหญ่ลงสู่ผิวชั้นลึกที่เราต้องการผิวจึงมีความยืดหยุ่นดีขึ้น คุณภาพของผิวดีขึ้น
ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์เสมือนผิวเด็กอีกครั้ง   ด้วยระบบการทำงานที่อาศัยการควบคุมอุณหภูมิใต้ผิว โดยตรงที่เรียกว่า
Intelligent feedback system (IFS) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด
เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีเครื่องใดทำได้เช่นนี้

ผลการรักษาด้วย e-Prime   
- เพิ่มคอลลาเจน ฟื้นบำรุงเซลล์ผิวให้เต่งตึง
- เพิ่มเส้นใยอิลาสติน เสริมความยืดหยุ่นให้ผิวที่หย่อนคล้อย
- สร้างไฮยาลูนิก เอซิด ตามธรรมชาติ เติมเต็มทุกริ้วรอย – ร่องลึก

ผลการรักษาจะเริ่มปรากฏประมาณ 2 สัปดาห์  จะเห็นชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์ที่ 4 และจะดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง
ผลการรักษาอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

eMatrix

eMatrix
Beyond Fractional Skin Resurfacing 
เทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับการย้อนเวลาผิว ทิ้งผิวเก่า คืนความสาวให้ผิวสวย


eMatrix คืออะไร
eMatrix เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนผิวใหม่ ด้วยระบบ Fraction RF ที่เหนือกว่า Fractional เลเซอร์แบบเดิม สามารถกำจัด
เซลล์ผิวเสียทิ้งไป และสร้างผิวใหม่ที่สดใสเยาว์วัยมากกว่า เพราะ eMatrix ทำงานกับผิวชั้นกลางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ปลอดภัยในทุกสภาพผิว อีกทั้งผิวยังฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ผิวกระจ่างใสและตึงกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรก

 
eMatrix ทำงานอย่างไร

การทำงานของ eMatrix  เป็นการใช้พลังงาน  Bipolar RF ในระบบ Fractional ซึ่งทำให้พลังงาน RF กระจายพลังงาน
ความร้อนลงได้ลึกถึงบริเวณที่รักษาได้อย่างแม่นยำ  สามารถกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพทิ้งไป ร่างกายจึงเพิ่มการสร้างเซลล์
ผิวใหม่ในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อมาทดแทนเซลล์ผิวเก่า นอกจากนี้ความร้อนที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อโดยรอบ
จะช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำได้เร็วขึ้น  หลังการรักษาเราจะเห็นและสัมผัส
ได้ถึงผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เนียนใสต่างจากผิวเดิม รวมทั้งผิวที่เรียบขึ้นและริ้วรอยที่จางลง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เรามีผิวที่แข็งแรง
ขึ้นด้วยคอลลาเจนในผิวที่มากกว่าเดิม

ต้องรักษากี่ครั้งจึงจะเห็นผล
เพียงแค่ 3 ครั้ง ก็สามารถเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน   และไม่ต้องทำบ่อยๆ เพียงแค่ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง

ความปลอดภัยของการรักษาด้วย eMatrix
ปลอดภัยกับทุกสภาพผิวและทุกสีผิว ได้รับมาตรฐาน FDA สหรัฐอเมริกา


ผลที่ได้จากการทำ eMatrix 
- ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นในระดับที่พอใจสูงสุด
- ผิวเรียบเนียนขึ้นและริ้วรอยลดลงเห็นผลอย่างชัดเจน
- แผลเป็นหลุมสิวตื้นขึ้น
- รอยแดง-รอยดำสิวเลือนหาย
- ผิวตึงกระชับขึ้น
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

HIFU

HIFU
HIFU คืออะไร?
HIFU เป็นเทคโนโลยีเพื่อการยกกระชับปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูสภาพผิว ผลการรักษาอยู่ได้นาน 


กระบวนการทำงานของ HIFU
ซึ่ง HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิว โดยการส่งผ่านคลื่นโฟกัสอัลตราซาวน์
ลงในผิวชั้นลึกอย่างเจาะจง เพื่อทำลายคอลลาเจนเก่าที่เสื่อม พร้อมกระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรง
ส่งผลให้ผิวยกกระชับอย่างได้ผล 


 
ใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

การรักษาด้วย HIFU สามารถเห็นผลการรักษาได้ระดับหนึ่งหลังทำเสร็จ และจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน
และดีขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นผลการรักษาสูงสุดในเดือนที่ 6 

ใครที่เหมาะกับการทำ HIFU? 
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดปัญหาการหย่อนคล้อยของใบหน้า คอ
- ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกเปลือกตาบน
- ผู้ที่ต้องการลดเหนียงใต้คาง หรือมีปัญหาคางสองชั้น

ผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน?
การทำการรักษาด้วย HIFU เพียงครั้งเดียว ผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
และการดูแลผิวบริเวณที่รักษา) 

หลังการรักษาทันทีด้วย HIFU
หลังการรักษา ในบางรายอาจมีผิวแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จะหายไปเองภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง จึงดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Thermage

Thermage
Thermage คืออะไร?
- เป็นคลื่นความถี่วิทยุแบบ monopolar RF เทคโนโลยีของ Thermage มีระบบ cooling ที่ดีที่สุด
  ในการลดความร้อนที่ผิวชั้นบน เพื่อป้องกันผิวชั้นบนไหม้
- จึงเป็นเครื่องที่สามารถใช้พลังงาน RF ได้สูงที่สุดและปลอดภัยมากที่สุด
- เป็นเทคโนโลยีเพื่อกระชับผิวหน้า ปรับหน้าเรียวเล็ก ลดเลือนริ้วรอย และฟื้นฟูสภาพผิว ผลการรักษาอยู่ได้นาน

Thermage ทำงานอย่างไร?

- ทำงานโดยการส่งผ่านความร้อนลงไปที่ผิวหนังชั้นลึก ทำให้เกิดการหดตัวของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
  ซึ่งการหดตัวนั้นเป็นการหดตัวทุกมิติ ทำให้ผิวกระชับตึง ใบหน้าเล็กลง ลดการหย่อนคล้อย และลดเลือนริ้วรอย
- ทำได้เฉพาะใบหน้าอย่างเดียวหรือบริเวณอื่นก็สามารถทำได้?
- ทำให้ใบหน้าเรียวเล็ก ตึงกระชับได้ สามารถทำได้หลายบริเวณในร่างกาย เช่น ลำคอ ต้นแขน ก้น หน้าท้อง ต้นขา
  รอบดวงตา หลังมือ โดยทำให้ผิวหนังกระชับเต่งตึงขึ้น และผลการรักษาอยู่ได้นานหลังทำการรักษาเพียงครั้งเดียว

ใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
ปัจจุบัน Thermage ได้พัฒนาไปมาก จนสามารถเห็นผลการรักษาได้ระดับหนึ่งหลังทำเสร็จ และจะเห็นได้ชัดเจน
เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน และดีขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นผลสูงสุดในเดือนที่ 6 ทำการรักษาด้วย Thermage เพียงครั้งเดียว
ผลการรักษาจะอยู่ได้นานมากกว่า 12 เดือน

Thermage รักษาสิวได้ด้วยจริงหรือไม่?
Thermage ใช้รักษาสิวได้จริง โดยการที่ความร้อนจากThermage ทำให้ต่อมไขมันหดตัว และฝ่อตัวลง การผลิตน้ำมัน
จึงลดลง ลดการอุดตันของต่อมไขมันทำให้การเกิดสิวลดลง

ขั้นตอนการทำการรักษาด้วย Thermage และความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไร
- เริ่มจากการทายาชาบนผิว ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ขณะทายาชาบางรายอาจรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อย)
- ทำความสะอาดผิวด้วยแอลกอฮอล์ และลอกตารางลงบนผิว
- การยิงจะทำทีละจุดตามตารางจนทั่วบริเวณ พร้อม Spry Cooling ป้อนกันผิว Burn จากนั้นแพทย์จะกลับมายิงซ้ำ
  ในบางบริเวณที่ต้องการเน้นการรักษาเป็นพิเศษ
- ใช้ระบบสั่นที่หัวเครื่องมือ เพื่อลดความเจ็บปวดอย่างได้ผล
- เสร็จแล้วทำความสะอาดผิว ลบตารางออก

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Thermage เป็นอย่างไร?
ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย Thermage พบได้น้อยมากๆ อาจจะมีใบหน้าบวมแดงเล็กน้อย แต่จะยุบตัวลงภายใน 2 ชั่วโมง 


ใครที่เหมาะกับการทำ Thermage?
- ผู้ที่ต้องการกระชับผิวหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดปัญหาการหย่อนคล้อยของใบหน้า คอ หน้าท้อง ต้นแขน หลังมือ 
- ลดผิวแตกลาย
- ลดเซลลูไลท์บริเวณต้นขาและก้น
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Ulthera

Ulthera
Ulthera คืออะไร
เป็นเทคโนโลยีการใช้อัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Focused Ultrasound) โดยปล่อยพลังงานที่มีความลึก
จำเพาะตรงต่อจุดที่ต้องการรักษา ทั้งยังมีความแม่นยำด้วยการปล่อยพลังงานเป็นความร้อนกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลไปถึงชั้นคอลลาเจนในระดับกล้ามเนื้อชั้นบน(SMAS)  ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมทำผ่าตัดดึงหน้า จึงช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว ทำให้ให้ผิวมีความกระชับตึงขึ้นได้  โดยไม่ต้องผ่าตัด 



 
​​​​​​​กระบวนการทำงานของ Ulthera

จากการที่ Ulthera  ให้คลื่นเสียงความถี่สูง  ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน (Vibration) จนเกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อ  
โดยจะมีอุณหภูมิ ประมาณ 65-75 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)  
ซึ่งเป็นเซลล์หลักที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน Ulthera จึงช่วยให้มีการกระตุ้นคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ 
เป็นการคงดุลยภาพของผิวหนังไว้ ทำให้เกิดริ้วรอยได้ช้าลง และช่วยให้ผิวที่เสื่อมสภาพกลับสู่สภาพเดิมทำให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้น  

หลักการทำงานของ Ulthera
Ultherapy เป็นการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจงไปยังผิวหนังซึ่ง ถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็กๆ
ลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนังมุ่งเป้าหมายรอยต่อ ของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) ในระดับที่เทคโนโลยีอื่นๆ ไม่สามารถทำได้
มาก่อน การส่งผ่านความร้อนนี้ ทำให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้น SMAS เป็นจุดเล็กๆ
ระยะห่างระหว่างจุดเท่าๆกันประมาณ 1-1.5 มม. ลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำการรักษาและได้ผลการรักษาที่แน่นอน
ขบวนการ Ulthera ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ในระดับ SMAS ดีขึ้น ก็จะรั้งใยคอลลาเจนในแนวตั้งและแนวนอน
ที่ยึดกับผิวชั้นบนให้ดีขึ้นด้วย ผลที่ได้คือ ผิวค่อยๆถูกรั้งตึงขึ้น ยกกระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายใน 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการทำ Ulthera
- คิ้วยกขึ้น (lift of he brow line) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า
- ผิวค่อยๆถูกรั้งตึงขึ้น รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ อย่างเป็นธรรมชาติ
 โดยไม่ต้องศัลยกรรม
- เพียงการรักษาแค่ครั้งเดียว คุณจะค่อยๆเห็นผลการรักษาทีละน้อยและจะเห็นผลอย่างชัดเจน
  หลังการรักษาประมาณ 3-6 เดือน

ความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
Ultherapy  เป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวที่ได้รับรองจาก US FDA นำมาใช้ในการดึงหน้า (Tissue Lifting) มีความปลอดภัยสูง
ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษาเป็นที่ยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรม จากประเทศต่างๆอย่างกว้างขวาง 

หลังการรักษาทันทีด้วยเครื่อง Ulthera
หลังการรักษา ในบางรายอาจมีผิวแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จะหายไปเองภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
และคุณสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com

Thermiva

Thermiva
THERMIVA คืออะไร
THERMIVA = Vaginal Rejuvenation ปฏิบัติการเรียกคืน ฟื้นฟูความสาวให้กลับคืนมา แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
เป็น Treatment เบาๆ กระชับทั้งด้านนอกและด้านใน

THERMIVA ทำงานอย่างไร
เป็นการใช้คลื่น RF ปล่อยพลังงานไปกระชับจุดซ่อนเร้นทั้งภายในและภายนอก ไม่ต้องผ่าตัด เพราะฉะนั้นจะไม่เกิดแผลเป็น



Cr.Pier Paolo Gardelli
ผลที่ได้จากการรักษา ด้วย THERMIVA

1. ผิวด้านนอกอูมอิ่ม แน่นกระชับ ริ้วรอยหายไป และไวต่อความรู้สึก
2. ปากช่องคลอดกระชับ และชุ่มชื้น 
3. Orgassms ได้หลายครั้ง ใช้เวลาสั้นลง และให้ความรู้สึกมากขึ้น 
4. จากที่ไม่เคย Orgasm สามารถกลับมารู้สึกได้อีกครั้ง
5.ปัสสาวะเล็ดลดลง ตั้งแต่การรักษาครั้งแรก
*เสียวและเสร็จทุกครั้ง!!!มีความรู้สึกทางเพศมากขึ้น ,ไม่เจ็บระหว่างมี sex ,น้ำหล่อลื่นมากขึ้น,ตกขาวดีขึ้น
  และช่องคลอดไม่แห้ง

การทำการรักษาด้วย THERMIVA เจ็บแค่ไหน?
นอนสบายในระหว่างทำ พูดคุยกับพยาบาล...ไม่ต้องเกร็งกับการรักษา ใช้เวลาทำเพียงครั้งล่ะ 30 นาที เท่านั้นเอง
หลังจากนั้นคุณก็สามารถให้ความสุขกับคนที่คุณรักได้หลังการทำเพียง 6 ชั่วโมง 

ต้องทำการรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
เพียงทำเดือนล่ะ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

T. 02 553 1230 E. info@pruksaclinic.com