>> สาระความสวย

ฝ้า กระ การป้องกันและวิธีรักษา

  ฝ้า กระ การป้องกันและวิธีรักษา
 
นอกจากเรื่องสิวและริ้วรอยบนใบหน้าแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่มักสร้างความกังวลให้กับสาวๆไม่ใช่น้อยคือ ฝ้า กระ ตัวการสำคัญที่ทำให้สาวๆ หน้าหมองคล้ำ ไม่สดใสเหมือนอย่างเคย แล้วฝ้ากับกระนั้นแตกต่างกันอย่างไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และถ้าเราเป็นฝ้าหรือกระต้องดูแลผิวอย่างไรให้ ฝ้า กระ รอยดำต่างๆ นั้นจางลงและหายในที่สุด พฤกษาคลินิก มีคำตอบค่ะ ^^
 
 
 
เกิดขึ้นได้อย่างไร
 
                  ทั้งฝ้าและกระ มีปัจจัยทางเชื้อชาติ สีผิวและพันธุกรรม ส่วนใหญ่มักเกิดจากรังสี UVA / UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวโดยตรงเป็นเวลานานๆ ทำให้เม็ดสีเมลานินมีการเกาะตัวเป็นกระจุก จนทำให้เกิดจุดกระ รอยฝ้า ขึ้นบนใบหน้า ซึ่งฝ้า กระ นี้ไม่ใช่จะเกิดขึ้นจากแสงแดดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น บางท่านอาจสงสัยว่าการใช้เครื่องสำอางมีผลให้เกิด ฝ้า ได้ด้วยหรือไม่  เป็นไปได้ค่ะ หากเครื่องสำอางค์มีส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งในน้ำหอมมักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิด เมื่อได้รับแสงแดดหรือความร้อนจะมีปฏิกิริยากับเซลล์สีของผิวหนังเกิดเป็นสีดำเข้มขึ้นได้  และฝ้า กระ ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากฮอร์โมนผิดปกติภายในร่างกาย และการแพ้เครื่องสำอางค์ได้อีกด้วย 
 
 
 
ความแตกต่างระหว่าง " ฝ้ากับกระ "
 
      ฝ้า (Melasma) เป็นภาวะรอยดำบนใบหน้าที่พบบ่อยในผู้หญิงเอเชีย และผิวสี มีลักษณะเป็นปื้นดำ มีทั้งแบบตื้นและลึก ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย รักษาให้หายได้และใช้เวลาไม่นาน ฝ้าแบบลึกจะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ด้วยความลึกจึงทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น มักจะเจอบริเวณโหนกแก้ม กราม หรือส่วนกลางของใบหน้า สามารถถูกกระตุ้นให้เข้มขึ้นด้วยแสงแดด การตั้งครรภ์ การทานฮอร์โมนเพศหญิง หรือยาคุมกำเนิด
 
           กระ  เป็นคำค่อนข้างมีความหมายกว้าง ใช้เรียกรอยดำหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ กระตื้น (Freckles) ที่เจอในคนที่มีผิวขาว พบได้ตั้งแต่เด็ก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อน มักอยู่รวมกันเป็นกระจุก พบได้บนใบหน้าและบริเวณที่โดนแดด สามารถเข้มขึ้นหรือจางลงได้ กระแดด (Solar Lentigines) มักจะเจอในคนที่อายุมากกว่า พบตามบริเวณที่โดนแสงแดดสะสม มีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลขอบชัด ส่วนกระลึก (Hori's Nevus) มักเจอบริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง มีลักษณะเป็นจุดสีเทาๆ ขอบไม่ชัด อย่างไรก็ตามรอยดำบนใบหน้ายังมีอีกจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรอยดำที่เป็นแต่กำเนิด รอยดำที่เกิดจากยาบางชนิด รอยดำที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง หรือรอยดำที่เป็นอาการของโรคทางกาย ฉะนั้นหากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง
 
 

วิธีการป้องกัน / วิธีการรักษา

 
 
1. การดูแลป้องกันตัวเองจากแสงแดด ควรใช้ยากันแดดที่มีความสามารถป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ทั้ง UVA และ UVB ได้ดี ควรเลือกใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF50+, PA+++ รวมถึงการสวมหมวก แว่นกันแดด กางร่ม ก็มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดได้ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทานยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเพศหญิง ยกเว้นในกรณีที่มีข้อบ่งชี้จากแพทย์
 
 
 
2. เพิ่มการปกป้องผิวอีกระดับด้วย antioxidant ไม่ว่าจะเป็นการทานผักผลไม้อาหารเสริมต่างๆ และการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของantioxidant เช่น วิตามินซี วิตามินอี
 
 
 
3. หลีกเลี่ยงการขัดหน้าบ่อยๆ เพราะการขัดถูมากๆสามารถกระตุ้นฝ้าให้เข้มขึ้นได้
 
 
 
4. ยาทา ถือว่าเป็นการรักษามาตรฐานที่ได้ผลดีและผลข้างเคียงน้อยที่สุด
 
- กลุ่มไวเทนนิ่ง ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเช่น Arbutin, Kojic acid,Niacinamide, วิตามินซี
- Azelaic acid 20% ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี เห็นผลช้าหน่อยแต่ใช้ได้ยาวๆ มีขายตามร้านขายยา
- Hydroquinone 2-4% ยานี้ถือว่าเป็นตัวช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ดีที่สุด ทาไปไม่นานก็เห็นว่าฝ้าจางลงแต่ข้อเสียคือใช้ไปนานๆทำให้เกิดฝ้าถาวรได้(ochronosis) ถือว่าเป็นยาอันตรายจึงอนุญาตให้เป็นส่วนผสมในยาที่สั่งจ่ายและดูแลรักษาโดยแพทย์เท่านั้นค่ะ
- กลุ่มช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, Salicylic acid, retinoids จะผลัดมากน้อยขึ้นกับตัวยาและความเข้มข้นค่ะ ช่วยกำจัดเม็ดสีที่มีอยู่ออกไป
 
 
        
 
5. พยายามหลีกเลี่ยงความร้อนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ซาวน่า หน้าเตาทำอาหาร โยคะร้อน เพราะความร้อนกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้นและยังเป็นสาเหตุของฝ้าเลือดอีกด้วย                                            
 
 
 
>> สำหรับบริการรักษา ฝ้า กระ ที่พฤกษาคลินิก  มีทั้ง ทรีทเม้นท์ และเลเซอร์โปรแกรมนะคะ <<  
 
1. ทรีทเม้นท์ Growth Factor White  
 
2. ทรีทเม้นท์ Alpha-Beta Peel 
 
3. ทรีทเม้นท์ O2 Bright  
 
4. IPL  
 
5. Laser Toning
 
 
 
             ตัวช่วยการรักษาฝ้า กระ มีหลากหลายวิธีทั้งทายา เลเซอร์ กินวิตามินเสริม ที่จะช่วยทำให้ฝ้า กระ ลดเลือน แต่ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีก ตราบใดที่เรายังต้องเผชิญกับแสงแดดอยู่เป็นประจำ และการซื้อยามาทา หรือเลือกซื้อวิตามินรับประทานเอง อาจจะมีผลข้างเคียงในระยะยาวได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการดูแลความงามอย่างปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่พฤกษาคลินิก มีทุกคำตอบของปัญหาฝ้า กระ ค่ะ